เสียงดังจากหูฟัง Bose รุ่น TriPort (around-ear)
เสียบต่อเครื่องเล่น DVD-Portable Next Base
เปิดเสียงดังปานกลาง เพลงที่เปิด ซีดีอัลบั้ม Make Believe
วง Weezer
เสียงเพลงผ่านหูฟัง เป็นเสียงที่ดีมากๆ ชัดใส ละเอียด
เบสทุ้มได้อารมณ์ แหลมใสเกร็ดหิมะ
แยกแยะรายละเอียดเครื่องดนตรี และเสียงประสานได้
หลับตา (นอน) ไป ฟังเพลงไป แม้เสี่ยง
ตื่นขึ้นมาหูฟังอาจบิดเบี้ยว
แต่ก็อดใจไม่ได้ ที่จะฟังเพลงผ่านหูฟังก่อนนอน
มันเพราะจับใจ ความสุขดังๆ ที่อยากให้คนอื่นมาแชร์
แต่ต้องเป็นเจ้าตัวเท่านั้น สัมผัสเอง
ตามรสนิยม ตามความชอบ
ดนตรีไม่มีข้อแบ่ง ใครแยกประเภทดนตรี
ถือว่าไม่เข้าใจดนตรี ดนตรีไร้พรมแดน
ฟังเพลงเพื่อความสุข เพื่อยกระดับ
หรือฟังเพลงเพื่ออะไร
ผมไม่แน่ใจนัก ... แต่อดไม่ได้ที่จะฟังเวลาก่อนนอน
(ถ้าไม่ง่วงจนหยิบหูฟังมาครอบหูไม่ไหว)
พฤศจิกายน 29, 2549
พฤศจิกายน 27, 2549
เล่าเรื่องเมื่อคืน
ท้ายที่สุด เมื่อคืนก็ไปถึงงานแต่งงานพี่ฝน ไม่ทันเจ้าสาวเจ้าบ่าว ยืนถ่ายรูป
เวลาออกจากบ้าน 6.45 เวลาเริ่มงาน 6.00 (แล้วมันจะทันไหม)
เพราะวันนี้ช่วงบ่าย พาหุยไปบ้านแม่ จ้างคนมานวด (อยู่ไฟ) หลังคลอด
คนนวดมาสาย กว่าจะเสร็จเกือบห้าโมงครึ่ง กว่าจะกินข้าวเย็นที่บ้านหุย
แล้วออกจากบ้านหุยก็เกือบหกโมง มาถึงบ้านก็ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัว
กว่าจะถึงงาน ไม่ทันเลย เฮ้อ ดีที่ตามถ่ายรูปทีหลังได้นะเนี่ย ไม่งั้นแย่เลย
ปล. พี่ฝนคือพี่ที่ทำงานที่ผมสนิทสนมมาก เพราะความจริงใจ ง่ายๆ ไม่มีพิธี
คือสบายใจเวลาคบกันไม่ต้องปั้นหน้า ไม่พอใจก็คุย ไม่มีทำตัวหน้าหลังไม่ตรงกัน
รู้สึกว่าพี่ฝนลาออกไป ผมก็เลยไม่มีเพื่อนสนิทเหมือนเดิม
แต่ตอนนี้พี่ฝนได้แต่งงานแล้ว ดีใจด้วยจริงๆครับ
เวลาออกจากบ้าน 6.45 เวลาเริ่มงาน 6.00 (แล้วมันจะทันไหม)
เพราะวันนี้ช่วงบ่าย พาหุยไปบ้านแม่ จ้างคนมานวด (อยู่ไฟ) หลังคลอด
คนนวดมาสาย กว่าจะเสร็จเกือบห้าโมงครึ่ง กว่าจะกินข้าวเย็นที่บ้านหุย
แล้วออกจากบ้านหุยก็เกือบหกโมง มาถึงบ้านก็ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัว
กว่าจะถึงงาน ไม่ทันเลย เฮ้อ ดีที่ตามถ่ายรูปทีหลังได้นะเนี่ย ไม่งั้นแย่เลย
ปล. พี่ฝนคือพี่ที่ทำงานที่ผมสนิทสนมมาก เพราะความจริงใจ ง่ายๆ ไม่มีพิธี
คือสบายใจเวลาคบกันไม่ต้องปั้นหน้า ไม่พอใจก็คุย ไม่มีทำตัวหน้าหลังไม่ตรงกัน
รู้สึกว่าพี่ฝนลาออกไป ผมก็เลยไม่มีเพื่อนสนิทเหมือนเดิม
แต่ตอนนี้พี่ฝนได้แต่งงานแล้ว ดีใจด้วยจริงๆครับ
พฤศจิกายน 26, 2549
งานแต่งงานพี่ฝน
วันนี้ ตอนเย็น จะไปงานแต่งงานพี่ฝน
เดี๋ยวพรุ่งนี้อาจเอารูปมาโพส หรือมาเล่าให้ฟังกัน :)
ปล. สำหรับผมการแต่งงานคือการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างเป็นทางการ
แต่สำหรับบางคน การแต่งงานคือการผูกมัด
แต่สำหรับบางคน การแต่งงานคือการสิ้นเปลือง
แต่สำหรับบางคน การแต่งงานคือจุดจบของความซน
จุดแรกของการมีครอบครัวของตัวเองคือการแต่งงาน
จุดสองคือการมีลูก
จุดสามคือการที่ลูกเติบโตพอที่จะไปมีครอบครัวเอง
จุดสี่คือการที่ลูกมีลูก
จุดห้าคือการจากไป....
เดี๋ยวพรุ่งนี้อาจเอารูปมาโพส หรือมาเล่าให้ฟังกัน :)
ปล. สำหรับผมการแต่งงานคือการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างเป็นทางการ
แต่สำหรับบางคน การแต่งงานคือการผูกมัด
แต่สำหรับบางคน การแต่งงานคือการสิ้นเปลือง
แต่สำหรับบางคน การแต่งงานคือจุดจบของความซน
จุดแรกของการมีครอบครัวของตัวเองคือการแต่งงาน
จุดสองคือการมีลูก
จุดสามคือการที่ลูกเติบโตพอที่จะไปมีครอบครัวเอง
จุดสี่คือการที่ลูกมีลูก
จุดห้าคือการจากไป....
พฤศจิกายน 24, 2549
ย้ายชั้น
วันนี้ ส่วนของผม จะย้ายชั้นทำงานลง หนึ่งชั้น
ตอนเช้าจะมีคนมาขนโต๊ะเก้าอี้ และทีมจะทยอยย้ายกัน
ตอนนี้โต๊ะโล่งสะอาดตาผิดปกติ เพราะไม่มีคอมพิวเตอร์
โดนยักย้ายถ่ายเทไปหมดแล้ว
วันนี้คงไม่ค่อยได้ทำงานเท่าไร เพราะอยู่ในช่วงย้ายชั้น
วันจันทร์ จะได้ทำงานชั้นใหม่แล้วสิ :)
ตอนเช้าจะมีคนมาขนโต๊ะเก้าอี้ และทีมจะทยอยย้ายกัน
ตอนนี้โต๊ะโล่งสะอาดตาผิดปกติ เพราะไม่มีคอมพิวเตอร์
โดนยักย้ายถ่ายเทไปหมดแล้ว
วันนี้คงไม่ค่อยได้ทำงานเท่าไร เพราะอยู่ในช่วงย้ายชั้น
วันจันทร์ จะได้ทำงานชั้นใหม่แล้วสิ :)
พฤศจิกายน 23, 2549
กลิ่นบางกลิ่น ทำให้นึกถึงที่บางที่
วันนี้ตอนเข้าลิฟต์ที่ทำงาน ได้กลิ่นบางกลิ่น
ทำให้นึกถึงบางสถานที่ในชีวิต
บางครั้ง ช่วงเวลาประทับใจ ถูกจารึกไว้ด้วยกลิ่น
กลิ่นบางกลิ่น ทำให้นึกไปถึงสถานที่บางที่
จำได้ว่า มีกลิ่นหนึ่ง เป็นกลิ่นน้ำหอม ได้กลิ่นตอนไปเรียนซัมเมอร์
ตอนนั้น อายุประมาณ 16 สถานที่เรียนภาษา
ประเทศอังกฤษ ที่นั่น ได้รู้จักเพื่อนๆ หลายคน
บางคนเป็นรุ่นเดียวกัน บางคนเป็นรุ่นน้อง บางคนเป็นรุ่นพี่
สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือตอนไปเที่ยวบาร์ แล้วเรากินช็อคโกแลตร่วมสาบานกัน
กินแล้วส่งต่อ ชฮคโกแลตเหลวๆ ผ่านหลายๆปาก หลายๆลิ้น น้ำลายเลียๆ
ส่งมาเรื่อยๆ เราสนิทกันดีมากๆ ไม่น่าเชื่อ ช่วงเวลาสั้นๆนั้น
เวลา 6 สัปดาห์ ที่อยู่ที่นั่น ให้พลังบางอย่างกับผม
................
และ chocolate ก่อเกิดสิวจำนวนมาก หลังจากกลับมา :P
ทำให้นึกถึงบางสถานที่ในชีวิต
บางครั้ง ช่วงเวลาประทับใจ ถูกจารึกไว้ด้วยกลิ่น
กลิ่นบางกลิ่น ทำให้นึกไปถึงสถานที่บางที่
จำได้ว่า มีกลิ่นหนึ่ง เป็นกลิ่นน้ำหอม ได้กลิ่นตอนไปเรียนซัมเมอร์
ตอนนั้น อายุประมาณ 16 สถานที่เรียนภาษา
ประเทศอังกฤษ ที่นั่น ได้รู้จักเพื่อนๆ หลายคน
บางคนเป็นรุ่นเดียวกัน บางคนเป็นรุ่นน้อง บางคนเป็นรุ่นพี่
สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือตอนไปเที่ยวบาร์ แล้วเรากินช็อคโกแลตร่วมสาบานกัน
กินแล้วส่งต่อ ชฮคโกแลตเหลวๆ ผ่านหลายๆปาก หลายๆลิ้น น้ำลายเลียๆ
ส่งมาเรื่อยๆ เราสนิทกันดีมากๆ ไม่น่าเชื่อ ช่วงเวลาสั้นๆนั้น
เวลา 6 สัปดาห์ ที่อยู่ที่นั่น ให้พลังบางอย่างกับผม
................
และ chocolate ก่อเกิดสิวจำนวนมาก หลังจากกลับมา :P
พฤศจิกายน 22, 2549
นางฟ้าประจำใจ
ไม่รู้ว่าใครเคยบอก ถ้าคิดจะรักต้องรู้จักให้อภัย
ใครบางคนที่ว่า คงเคยทะเลาะกับคนที่ตนรัก
เวลาทะเลาะ ให้นึกถึงคลื่นชายทะเล
เวลาคลื่นสงบ ฟองขาวกระทบหาดบางเบา
แต่เวลาคลื่นแรง ฟองขาวกระทบโขดหิน กระจาย
ในชีวิต คนเรา ย่อมเคยรู้สึกรักใครซักคน
เพียงแต่จะมีกี่ครั้ง ที่รักนั้นจะสมบูรณ์
เวลาผ่านไป นาน แค่ไหน ความรักเดิมยังอยู่
แสดงให้เห็นว่า บางครั้ง ความรักที่แท้
ไม่ได้อยู่ที่อะไรเลย แต่อยู่ที่ใจ
รักครั้งแรกของผม ที่ผมคิดว่ามันคือรัก
เกิดตอนที่ผมเรียนป.5
เธอเป็นเด็กเก่ง ตัวเล็กๆ จำได้ว่า ผลสอบ
ประถม 6 ทุกห้อง เธอได้ที่หนึ่ง หรือที่สองเนี่ยแหล่ะ
ม.ต้น เรายังเรียนที่เดียวกัน
แต่เพราะบางอย่าง ทำให้ผมไม่กล้าจีบเธอ
เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก
ทุกวันนี้ เธอก็ยังอยู่ในความคิดของผม
ในฐานะที่เรียกว่า "นางฟ้าประจำใจ"
"น้อย ... ถ้าเธออ่าน blog นี้
จำไว้ว่า เธอคือผู้หญิงคนแรกที่เรารัก
แม้ตอนนี้เราจะไม่ได้รักเธอแบบผู้ชายรักผู้หญิง
แต่เราก็ยังคิดว่าเธอคือนางฟ้าของเรา
จำได้ว่าตอนเราทรมานเพราะการทะเลาะ
สมัยที่เราจีบภรรยาเรา
เธอ ซึ่งเรียนหมออยู่ตอนนั้น
บอกเราว่า ไม่ต้องไปหาจิตแพทย์
และให้กำลังใจเรา ตอนนั้นจำได้ดี
ขอบคุณนะ นางฟ้าประจำใจ ของเรา"
ใครบางคนที่ว่า คงเคยทะเลาะกับคนที่ตนรัก
เวลาทะเลาะ ให้นึกถึงคลื่นชายทะเล
เวลาคลื่นสงบ ฟองขาวกระทบหาดบางเบา
แต่เวลาคลื่นแรง ฟองขาวกระทบโขดหิน กระจาย
ในชีวิต คนเรา ย่อมเคยรู้สึกรักใครซักคน
เพียงแต่จะมีกี่ครั้ง ที่รักนั้นจะสมบูรณ์
เวลาผ่านไป นาน แค่ไหน ความรักเดิมยังอยู่
แสดงให้เห็นว่า บางครั้ง ความรักที่แท้
ไม่ได้อยู่ที่อะไรเลย แต่อยู่ที่ใจ
รักครั้งแรกของผม ที่ผมคิดว่ามันคือรัก
เกิดตอนที่ผมเรียนป.5
เธอเป็นเด็กเก่ง ตัวเล็กๆ จำได้ว่า ผลสอบ
ประถม 6 ทุกห้อง เธอได้ที่หนึ่ง หรือที่สองเนี่ยแหล่ะ
ม.ต้น เรายังเรียนที่เดียวกัน
แต่เพราะบางอย่าง ทำให้ผมไม่กล้าจีบเธอ
เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก
ทุกวันนี้ เธอก็ยังอยู่ในความคิดของผม
ในฐานะที่เรียกว่า "นางฟ้าประจำใจ"
"น้อย ... ถ้าเธออ่าน blog นี้
จำไว้ว่า เธอคือผู้หญิงคนแรกที่เรารัก
แม้ตอนนี้เราจะไม่ได้รักเธอแบบผู้ชายรักผู้หญิง
แต่เราก็ยังคิดว่าเธอคือนางฟ้าของเรา
จำได้ว่าตอนเราทรมานเพราะการทะเลาะ
สมัยที่เราจีบภรรยาเรา
เธอ ซึ่งเรียนหมออยู่ตอนนั้น
บอกเราว่า ไม่ต้องไปหาจิตแพทย์
และให้กำลังใจเรา ตอนนั้นจำได้ดี
ขอบคุณนะ นางฟ้าประจำใจ ของเรา"
พฤศจิกายน 21, 2549
รำลึกอดีตตอนไปเรียนโทที่มะกัน ตอนที่ 1 เล่าเรื่องที่เท็กซัส
ย้อนกลับไป เมื่อปี 2001 วันที่ 31 พค ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง จุดเริ่มต้นการไปใช้ชีวิตที่อเมริกา ผมได้รับตอบรับจากมหาวิทยาลัยบริจพอร์ต คอนเน็คติกั้ต ให้เรียนต่อปริญญาโท สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ได้แล้ว แต่เนื่องจากอยากเรียน โท ทางด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มากกว่า จึงวางแผนว่า จะใช้วิธี ไปหาโรงเรียนภาษาที่ เท็กซัส เพื่อหาลู่ทางสมัครยู ที่รัฐ เท็กซัส และเรียนที่เท็กซัส ยกเลิก ที่บริจพอร์ตเสีย
วันที่เดินทาง ไม่รู้ว่าจะไปนานแค่ไหน ถึงจะมีเป้าหมายว่าจะไปทำอะไร แต่เนื่องจากยังไม่ชัวร์ว่าจะได้มหาวิทยาลัยที่ต้องการไปเรียน ใจจึงตุ้มๆต่อมๆ อีกสองปี ข้างหน้า เป็นอย่างน้อย ผมจะต้องไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ณ ดินแดนแปลกหน้า ที่พูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก (จริงๆ อเมริกา มีคนพูดภาษาสแปนนิช เยอะมากๆ บางทีอาจจะครึ่งๆด้วยซ้ำ)
ระหว่างรอต่อเครื่อง จาก มินิโซตา ไปเท็กซัส บันทึกไว้ว่า "เครื่องบิน Delay ไปกว่าหนึ่งชั่วโมง จึงจะสามารถขึ้นไปนั่งได้ ก่อนขึ้นเครื่อง ได้โทรศัพท์ไปหาสุดที่รัก 2 ครั้ง ครั้งแรกตีสามเศษเวลาไทย และอีกครั้ง เวลาประมาณเจ็ดโมงเช้า ได้ยินเสียงเธอร้องไห้ ทำเราสะเทือนใจเหมือนกัน การเดินทางครั้งนี้ คือการเดินทางมาศึกษาต่อที่คาดว่าต้องยาวนานแน่ๆ ดังนั้น เตรียมใจอย่างเดียว แล้วก็เตรียมลุยด้วย ต้องลุยหาที่เรียนให้ได้…" สุดที่รัก หมายถึง หุย ภรรยาของผมนั่นเองครับ
ชีวิต ที่เท็กซัส ออซติน ผมเรียนภาษาที่ University of Texas at Austin ที่นั่น ผมได้รับการอนุเคราะห์อย่างดีเยี่ยมจากพี่เปิ้ล ซึ่งเป็นรุ่นพี่ ห้องวิศวะ ที่เตรียมอุดมฯ และเรียนรุ่นเดียวกันที่วิศวะจุฬา (ผมสอบเทียบ) เธอมาเรียน วิศวะสาขาเครื่องกล ที่นี่ และช่วยเรื่องหาที่พักให้ เป็น ดอร์ม ที่เธอเคยอยู่มาก่อน (แต่ย้ายออกแล้ว ณ ตอนนั้น) ชื่อว่า Texana (รู้สึกจะแปลว่า ชาวเท็กซัส) คือ คนเท็กซัส จะมีอีโก้นิดนึง ตรงที่จะคิดว่าตัวเองเป็นชาวเท็กซัส มากกว่าจะคิดว่าตัวเองเป็นชาวอเมริกา เหมือนเป็นความภูมิใจที่เกิดมาเป็นชาวเท็กซัส อะไรประมาณนี้น่ะครับ
เพื่อนคนไทย ที่ผมได้พบ มีหลายคน แต่คนที่ผมจะสนิทที่สุด ชื่อหนุ่ม polsak (ชื่อเล่นเดียวกันเลย แต่ผมให้คนอื่นเรียกว่า ดร ตอนเด็กๆไม่ชอบให้ใครเรียกว่าหนุ่ม) polsak เรียนวิศวะโยธา จบจาก ม.เชียงใหม่ เป็นคนเก่ง และตั้งเป้าจะเรียนโท ที่นี่ (แต่สุดท้ายได้ที่มิชิแกน) ที่โดดเด่นมากๆ แกมหน้าหมั่นไส้คือ ตอนแรกที่รู้จักกัน มันไม่ยอมบอกว่าเป็นคนไทย ทำฟอร์มเป็นไม่รู้จักผม ไปๆมาๆ ก็ได้รู้ว่า คนไทย แต่เราสองคนไม่คุยกันเป็นภาษาไทยนะครับ เราคุยเป็นภาษาอังกฤษ กระแดะมากๆ เพราะหนุ่มมันไม่ยอมคุยเป็นภาษาไทย บอกว่าจะคุยอังกฤษเท่านั้น (แต่ก็ดี มันทำให้ได้ฝึกใช้ภาษาไปในตัว)
ที่โดดเด่นอีกข้อคือ มันแดกเหล้าเก่งชิบหาย สมเป็นโยธาจริงๆ บ่อยๆเลย ณ เวลา หลังเลิกเรียน ผมจะไปที่ห้องพักของ polsak หรือไม่ก็ไปที่บ้านพักของเพื่อนเกาหลี จากนั้นก็เปิดเหล้า ดื่มๆๆ แกล้มมันฝรั่ง หรืออะไรก็แล้วแต่ จนผมคิดว่าตัวเองช่วงนั้นคอแข็งขึ้นอย่างถนัดตา คือปกติ ไม่ใช่คนที่ชอบดื่มเหล้าจัด นานๆ ที ไม่บ่อย แต่ไม่ได้แอนตี้ ดื่มได้ ถ้ามีโอกาส
บันทึกการไปกินบ้านหนุ่มครั้งแรกไว้ว่า
" Texas, Austin 29 June 2001
วันนี้เป็นวันศุกร์ ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากช่วงเย็น!! เย็นวันนี้ หลังเลิกเรียน เรา , นายหนุ่ม (คนไทยที่เรียนที่นี่เหมือนกัน , Henna (Korea) และ Hyaun Gun (Korea) ไปหาอะไรทานกันแถวๆบ้านหนุ่ม เป็นร้านไก่ อร่อยเหมือนกัน แล้วจึงไปดื่มเหล้ากันที่บ้านหนุ่มต่อ คุยกันไปกันมาสนุกสนาน เล่าเรื่องเรามีแฟนแล้วให้ทุกๆคนฟังด้วย และก็คุยเรื่องเกาหลี ไทย โดยนั่งดูทีวี ซึ่งบ้านหนุ่ม มีเคเบิ้ล เสียเดือนละ 70$ ด้วย นั่งจนกระทั่งสี่ทุ่ม จึงเดินไปส่ง Henna ที่ป้ายรถเมล์ นั่งรอเป็นเพื่อน เธอถามเรื่องหุยด้วย ผมก็เล่าว่าแฟนผมนะ ขาว ผมชอบคนเอเชีย ขาวๆ เพราะอยากให้ลูกเราขาว เธอก็เล่าเรื่องเธอมีแฟนแล้ว และขอบคุณเราที่รอรถเมล์เป็นเพื่อน (ดึกแล้วกลัวไม่ปลอดภัย ชายไทยซะอย่าง Lady First ครับ ขอโทษ) ได้ความรู้หลายอย่างเกี่ยวกับชายเกาหลี ที่ค่อนข้างกดขี่หญิง ไม่ดีๆ แค่เรื่องเงินเดือนผู้หญิงที่ตำแหน่งเดียวกันกับชาย ชายจะได้เงินเดือนสูงกว่าก็รู้สึกไม่ดีแล้ว แย่ๆ ประเทศนี้ ไม่ไหว เฮ้อออ กลับมาเมาแอ๋เลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ!"
สำหรับเหตุการณ์ สนุกๆ ก็มี เช่น บันทึกวัน ID4 ไว้ว่า
" Texas, Austin 4 July 2001
วันนี้คือวัน Independent's Day (ID4) ของชาวอเมริกา มีนัดตั้งแต่ 10.30 am กับเพื่อนๆชาวเกาหลี และชาวไทย ประกอบด้วย (หนุ่ม) พรศักดิ์, ช่อง กัน, เฮนน่า และ ชางอึ้น วางแผนว่าจะไป Park ที่มีงานเฉลิมฉลอง ที่แรกที่ไป นั่งรถบัสสาย 1 ไปลงที่หน้า Capital เพราะสองสาว ไม่เคยมา เลยพาเข้าไปชมก่อน เดินอยู่ประมาณชั่วโมงหนึ่ง พรศักดิ์หิว เพราะไม่ได้ Breakfast มา เลยเดินจาก Capital ลงไปตาม 6th Street ซึ่งกลางคืน จะคล้ายๆ RCA ไทย คือเป็นแหล่งรวมผับ เดินไปไม่ถึง แวะเข้าร้าน Wendy ก่อน เราล่อแฮมเบอร์เกอร์เนื้อ ไป 1 อัน อิ่มแปล้ จากนั้น ตกลงกันว่าจะไป Zilker Park ที่คาดว่าจะมีพาเหรด หรืองานเฉลิมฉลอง ไปถึงไม่ค่อยมีอะไร โชคดีหน่อย ที่นี่มีแหล่ง ว่ายน้ำ และพายเรือเล่น อากาศร้อนจัด แต่พวกเราก็ตกลงจะเช่าเรือ สองลำ ออกไปพายในแม่น้ำ ลำแรก ชายหนุ่มสองนายไปด้วยกัน อีกลำ เราอาสานั่งตรงกลาง เผื่อสาวๆสองคนตกน้ำ จะได้ช่วยทัน (ไม่รู้ว่าตัวเองจะเอาตัวรอดหรือเปล่าด้วยซ้ำ ไม่ได้ว่ายนานแล้ว) แดดโคตรร้อน ย้ำ ดำสนิท อ้อ ลืมบอกไป ค่าเช่าชั่วโมงละ 7.75$ ต่อลำ ดีหน่อยที่มาหลายคน เลยหารคนละ 3.20$
ขากลับ นั่งรอรถบัสกันชั่วโมงกว่า ไม่มีมา ผิดปกติ ตอนหลังพบว่าเขาปิดถนนทางที่รถบัสจะวิ่งมาได้ โชคดีที่ เฮนน่า มีเพื่อนมารับ เลยพามาส่งที่ UT สบายไป เฮ้ออออออออ"
หรือตอนไปเที่ยว สวนสนุก Six Flag ที่ San Antonio ก็บันทึกว่า
" Texas, Austin 4 August 2001
วันนี้ตื่นเช้า นัด 7.30 แต่สายเล็กน้อย จากนั้นขับรถไปรับชางอึ้น ที่บ้าน มาสายเล็กน้อย ขับรถไปเรื่อยๆ ไปยัง San Antonio แวะ HEB ซื้ออาหารเช้า และกาแฟ ขับรถไปเรื่อยๆ หลงเล็กน้อย ไปถึง จ่ายค่าเข้าชม 39$ ต่อคน!! เข้าไปเล่น Roller Coaster จำนวนมาก ลืมเอาหมวกไปด้วย ร้อนมาก หน้าดำแน่ๆ อาหารกลางวัน ซื้อขาไก่งวงกิน อันใหญ่ ราคา $4.50 รสชาติไม่ดีนัก จากนั้นไปเล่นเครื่องเล่นกันต่อ ติดใจเครื่องเล่นที่ชื่อ Rattler เป็น Roller Coaster ที่ดูเก่าๆ ทำจากไม้ เวลาเล่นจะสั่นๆ เหมือนจะพัง แถมเสียวยาว เสียวหลายจุด และมีเข้าถ้ำด้วย ชอบมากๆ ติดใจ นอกจากนั้นก็มีแบบที่เร็วตอนแรก เร่งเร็วจี๋ ไม่มีโอกาสกรี๊ด เสียวตลอดศก แล้วก็ยังมีอันหนึ่ง เป็น Superman สนุกมากเช่นกัน เพราะเป็น Roller Coaster ที่ไม่มีที่วางขา ขาต้องห้อย เสียวดี แถมตีลังกาหลายหนมาก สนุกสุดเหวี่ยง เกี่ยวกับน้ำๆ ก็เล่นสองสามอัน สนุกไปอีกแบบ มีแบบคล้ายๆล่องแก่ง เมืองไทยด้วย เล่นกันจนประมาณทุ่มนึง เราก็ขับรถกลับ ก่อนกลับบ้าน แวะที่ร้านอาหารทะเล ตรงถนน 6th street เจ๋งมาก อยู่ปลายๆ ย่าน Down Town ของ Austin อาหารรสชาติดี เป็นอาหารทะเลแบบปรุงเผ็ดในตัว และไม่มีจานหรือช้อนส้อม ใช้มือลุ้นๆ ดูป่าเถื่อนหน่อยๆ (สนุกดี) และปูรองโต๊ะด้วยกระดาษสีขาวสะอาดตา แถมมี สีเทียน ให้วาดเล่นในกระดาษที่โต๊ะอีกด้วย ระหว่างรออาหารมาเสริฟ เป็นไอเดียที่เก๋มากๆ เหมาะกับคนทำร้านอาหารที่สร้างสรรค์จัดๆ ที่เมืองไทยไม่รู้มียังนะครับ ร้านแบบนี้ แต่ผมว่าจะ Work มากเลย ถ้าเป็นร้านอาหารทะเล เพราะได้กินปูกินกุ้งกันกระหน่ำ แต่ก็แพงพอควร กลับไปวันนี้ไม่ได้ซักผ้าเพาะผงซักฟอกหมด"
วันสุดท้ายที่อยู่ที่ Texas เราเช่ารถขนของยูฮอ กัน เพื่อนร่วมเดินทางมีผม หนุ่ม และเฮนน่า เป้าหมายที่ไปคือ มิชิแกน แล้วผมจะไปต่อที่บริจพอร์ต เป็นการขับรถ truck ขนาดเล็กครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ แถมพวงมาลัยซ้ายอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนออกเดินทางเพียงหนึ่งวัน ถึงได้รับใบขับขี่ ที่ไปสอบไว้ที่ Texas (สอบปฏิบัติตกครั้งแรก ครั้งที่สองจึงผ่าน เซ็งมาก เพราะอะไร เพราะเราผ่านทางแยกที่ไม่มีป้าย Stop เราชะลอ เพราะอะไร เพราะเมืองไทย ผ่านสี่แยก ถ้ามึงไม่ชะลอ มึงมีสิทธิโดนสวน แต่ที่อเมริกา เห็นป้าย Stop เขาต้องหยุดนิดนึง เพื่อให้ทางเอก ต้องไม่มีรถก่อน หรือถ้าเป็นสี่แยกก็สลับกันขับ เมืองไทยมันใช้ไม่ได้ครับ ถ้าคนคุมสอบมาเมืองไทย สงสัยโดนสิบล้อสอยไปแล้ว 555)
วันที่เดินทาง ไม่รู้ว่าจะไปนานแค่ไหน ถึงจะมีเป้าหมายว่าจะไปทำอะไร แต่เนื่องจากยังไม่ชัวร์ว่าจะได้มหาวิทยาลัยที่ต้องการไปเรียน ใจจึงตุ้มๆต่อมๆ อีกสองปี ข้างหน้า เป็นอย่างน้อย ผมจะต้องไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ณ ดินแดนแปลกหน้า ที่พูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก (จริงๆ อเมริกา มีคนพูดภาษาสแปนนิช เยอะมากๆ บางทีอาจจะครึ่งๆด้วยซ้ำ)
ระหว่างรอต่อเครื่อง จาก มินิโซตา ไปเท็กซัส บันทึกไว้ว่า "เครื่องบิน Delay ไปกว่าหนึ่งชั่วโมง จึงจะสามารถขึ้นไปนั่งได้ ก่อนขึ้นเครื่อง ได้โทรศัพท์ไปหาสุดที่รัก 2 ครั้ง ครั้งแรกตีสามเศษเวลาไทย และอีกครั้ง เวลาประมาณเจ็ดโมงเช้า ได้ยินเสียงเธอร้องไห้ ทำเราสะเทือนใจเหมือนกัน การเดินทางครั้งนี้ คือการเดินทางมาศึกษาต่อที่คาดว่าต้องยาวนานแน่ๆ ดังนั้น เตรียมใจอย่างเดียว แล้วก็เตรียมลุยด้วย ต้องลุยหาที่เรียนให้ได้…" สุดที่รัก หมายถึง หุย ภรรยาของผมนั่นเองครับ
ชีวิต ที่เท็กซัส ออซติน ผมเรียนภาษาที่ University of Texas at Austin ที่นั่น ผมได้รับการอนุเคราะห์อย่างดีเยี่ยมจากพี่เปิ้ล ซึ่งเป็นรุ่นพี่ ห้องวิศวะ ที่เตรียมอุดมฯ และเรียนรุ่นเดียวกันที่วิศวะจุฬา (ผมสอบเทียบ) เธอมาเรียน วิศวะสาขาเครื่องกล ที่นี่ และช่วยเรื่องหาที่พักให้ เป็น ดอร์ม ที่เธอเคยอยู่มาก่อน (แต่ย้ายออกแล้ว ณ ตอนนั้น) ชื่อว่า Texana (รู้สึกจะแปลว่า ชาวเท็กซัส) คือ คนเท็กซัส จะมีอีโก้นิดนึง ตรงที่จะคิดว่าตัวเองเป็นชาวเท็กซัส มากกว่าจะคิดว่าตัวเองเป็นชาวอเมริกา เหมือนเป็นความภูมิใจที่เกิดมาเป็นชาวเท็กซัส อะไรประมาณนี้น่ะครับ
เพื่อนคนไทย ที่ผมได้พบ มีหลายคน แต่คนที่ผมจะสนิทที่สุด ชื่อหนุ่ม polsak (ชื่อเล่นเดียวกันเลย แต่ผมให้คนอื่นเรียกว่า ดร ตอนเด็กๆไม่ชอบให้ใครเรียกว่าหนุ่ม) polsak เรียนวิศวะโยธา จบจาก ม.เชียงใหม่ เป็นคนเก่ง และตั้งเป้าจะเรียนโท ที่นี่ (แต่สุดท้ายได้ที่มิชิแกน) ที่โดดเด่นมากๆ แกมหน้าหมั่นไส้คือ ตอนแรกที่รู้จักกัน มันไม่ยอมบอกว่าเป็นคนไทย ทำฟอร์มเป็นไม่รู้จักผม ไปๆมาๆ ก็ได้รู้ว่า คนไทย แต่เราสองคนไม่คุยกันเป็นภาษาไทยนะครับ เราคุยเป็นภาษาอังกฤษ กระแดะมากๆ เพราะหนุ่มมันไม่ยอมคุยเป็นภาษาไทย บอกว่าจะคุยอังกฤษเท่านั้น (แต่ก็ดี มันทำให้ได้ฝึกใช้ภาษาไปในตัว)
ที่โดดเด่นอีกข้อคือ มันแดกเหล้าเก่งชิบหาย สมเป็นโยธาจริงๆ บ่อยๆเลย ณ เวลา หลังเลิกเรียน ผมจะไปที่ห้องพักของ polsak หรือไม่ก็ไปที่บ้านพักของเพื่อนเกาหลี จากนั้นก็เปิดเหล้า ดื่มๆๆ แกล้มมันฝรั่ง หรืออะไรก็แล้วแต่ จนผมคิดว่าตัวเองช่วงนั้นคอแข็งขึ้นอย่างถนัดตา คือปกติ ไม่ใช่คนที่ชอบดื่มเหล้าจัด นานๆ ที ไม่บ่อย แต่ไม่ได้แอนตี้ ดื่มได้ ถ้ามีโอกาส
บันทึกการไปกินบ้านหนุ่มครั้งแรกไว้ว่า
" Texas, Austin 29 June 2001
วันนี้เป็นวันศุกร์ ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากช่วงเย็น!! เย็นวันนี้ หลังเลิกเรียน เรา , นายหนุ่ม (คนไทยที่เรียนที่นี่เหมือนกัน , Henna (Korea) และ Hyaun Gun (Korea) ไปหาอะไรทานกันแถวๆบ้านหนุ่ม เป็นร้านไก่ อร่อยเหมือนกัน แล้วจึงไปดื่มเหล้ากันที่บ้านหนุ่มต่อ คุยกันไปกันมาสนุกสนาน เล่าเรื่องเรามีแฟนแล้วให้ทุกๆคนฟังด้วย และก็คุยเรื่องเกาหลี ไทย โดยนั่งดูทีวี ซึ่งบ้านหนุ่ม มีเคเบิ้ล เสียเดือนละ 70$ ด้วย นั่งจนกระทั่งสี่ทุ่ม จึงเดินไปส่ง Henna ที่ป้ายรถเมล์ นั่งรอเป็นเพื่อน เธอถามเรื่องหุยด้วย ผมก็เล่าว่าแฟนผมนะ ขาว ผมชอบคนเอเชีย ขาวๆ เพราะอยากให้ลูกเราขาว เธอก็เล่าเรื่องเธอมีแฟนแล้ว และขอบคุณเราที่รอรถเมล์เป็นเพื่อน (ดึกแล้วกลัวไม่ปลอดภัย ชายไทยซะอย่าง Lady First ครับ ขอโทษ) ได้ความรู้หลายอย่างเกี่ยวกับชายเกาหลี ที่ค่อนข้างกดขี่หญิง ไม่ดีๆ แค่เรื่องเงินเดือนผู้หญิงที่ตำแหน่งเดียวกันกับชาย ชายจะได้เงินเดือนสูงกว่าก็รู้สึกไม่ดีแล้ว แย่ๆ ประเทศนี้ ไม่ไหว เฮ้อออ กลับมาเมาแอ๋เลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ!"
สำหรับเหตุการณ์ สนุกๆ ก็มี เช่น บันทึกวัน ID4 ไว้ว่า
" Texas, Austin 4 July 2001
วันนี้คือวัน Independent's Day (ID4) ของชาวอเมริกา มีนัดตั้งแต่ 10.30 am กับเพื่อนๆชาวเกาหลี และชาวไทย ประกอบด้วย (หนุ่ม) พรศักดิ์, ช่อง กัน, เฮนน่า และ ชางอึ้น วางแผนว่าจะไป Park ที่มีงานเฉลิมฉลอง ที่แรกที่ไป นั่งรถบัสสาย 1 ไปลงที่หน้า Capital เพราะสองสาว ไม่เคยมา เลยพาเข้าไปชมก่อน เดินอยู่ประมาณชั่วโมงหนึ่ง พรศักดิ์หิว เพราะไม่ได้ Breakfast มา เลยเดินจาก Capital ลงไปตาม 6th Street ซึ่งกลางคืน จะคล้ายๆ RCA ไทย คือเป็นแหล่งรวมผับ เดินไปไม่ถึง แวะเข้าร้าน Wendy ก่อน เราล่อแฮมเบอร์เกอร์เนื้อ ไป 1 อัน อิ่มแปล้ จากนั้น ตกลงกันว่าจะไป Zilker Park ที่คาดว่าจะมีพาเหรด หรืองานเฉลิมฉลอง ไปถึงไม่ค่อยมีอะไร โชคดีหน่อย ที่นี่มีแหล่ง ว่ายน้ำ และพายเรือเล่น อากาศร้อนจัด แต่พวกเราก็ตกลงจะเช่าเรือ สองลำ ออกไปพายในแม่น้ำ ลำแรก ชายหนุ่มสองนายไปด้วยกัน อีกลำ เราอาสานั่งตรงกลาง เผื่อสาวๆสองคนตกน้ำ จะได้ช่วยทัน (ไม่รู้ว่าตัวเองจะเอาตัวรอดหรือเปล่าด้วยซ้ำ ไม่ได้ว่ายนานแล้ว) แดดโคตรร้อน ย้ำ ดำสนิท อ้อ ลืมบอกไป ค่าเช่าชั่วโมงละ 7.75$ ต่อลำ ดีหน่อยที่มาหลายคน เลยหารคนละ 3.20$
ขากลับ นั่งรอรถบัสกันชั่วโมงกว่า ไม่มีมา ผิดปกติ ตอนหลังพบว่าเขาปิดถนนทางที่รถบัสจะวิ่งมาได้ โชคดีที่ เฮนน่า มีเพื่อนมารับ เลยพามาส่งที่ UT สบายไป เฮ้ออออออออ"
หรือตอนไปเที่ยว สวนสนุก Six Flag ที่ San Antonio ก็บันทึกว่า
" Texas, Austin 4 August 2001
วันนี้ตื่นเช้า นัด 7.30 แต่สายเล็กน้อย จากนั้นขับรถไปรับชางอึ้น ที่บ้าน มาสายเล็กน้อย ขับรถไปเรื่อยๆ ไปยัง San Antonio แวะ HEB ซื้ออาหารเช้า และกาแฟ ขับรถไปเรื่อยๆ หลงเล็กน้อย ไปถึง จ่ายค่าเข้าชม 39$ ต่อคน!! เข้าไปเล่น Roller Coaster จำนวนมาก ลืมเอาหมวกไปด้วย ร้อนมาก หน้าดำแน่ๆ อาหารกลางวัน ซื้อขาไก่งวงกิน อันใหญ่ ราคา $4.50 รสชาติไม่ดีนัก จากนั้นไปเล่นเครื่องเล่นกันต่อ ติดใจเครื่องเล่นที่ชื่อ Rattler เป็น Roller Coaster ที่ดูเก่าๆ ทำจากไม้ เวลาเล่นจะสั่นๆ เหมือนจะพัง แถมเสียวยาว เสียวหลายจุด และมีเข้าถ้ำด้วย ชอบมากๆ ติดใจ นอกจากนั้นก็มีแบบที่เร็วตอนแรก เร่งเร็วจี๋ ไม่มีโอกาสกรี๊ด เสียวตลอดศก แล้วก็ยังมีอันหนึ่ง เป็น Superman สนุกมากเช่นกัน เพราะเป็น Roller Coaster ที่ไม่มีที่วางขา ขาต้องห้อย เสียวดี แถมตีลังกาหลายหนมาก สนุกสุดเหวี่ยง เกี่ยวกับน้ำๆ ก็เล่นสองสามอัน สนุกไปอีกแบบ มีแบบคล้ายๆล่องแก่ง เมืองไทยด้วย เล่นกันจนประมาณทุ่มนึง เราก็ขับรถกลับ ก่อนกลับบ้าน แวะที่ร้านอาหารทะเล ตรงถนน 6th street เจ๋งมาก อยู่ปลายๆ ย่าน Down Town ของ Austin อาหารรสชาติดี เป็นอาหารทะเลแบบปรุงเผ็ดในตัว และไม่มีจานหรือช้อนส้อม ใช้มือลุ้นๆ ดูป่าเถื่อนหน่อยๆ (สนุกดี) และปูรองโต๊ะด้วยกระดาษสีขาวสะอาดตา แถมมี สีเทียน ให้วาดเล่นในกระดาษที่โต๊ะอีกด้วย ระหว่างรออาหารมาเสริฟ เป็นไอเดียที่เก๋มากๆ เหมาะกับคนทำร้านอาหารที่สร้างสรรค์จัดๆ ที่เมืองไทยไม่รู้มียังนะครับ ร้านแบบนี้ แต่ผมว่าจะ Work มากเลย ถ้าเป็นร้านอาหารทะเล เพราะได้กินปูกินกุ้งกันกระหน่ำ แต่ก็แพงพอควร กลับไปวันนี้ไม่ได้ซักผ้าเพาะผงซักฟอกหมด"
วันสุดท้ายที่อยู่ที่ Texas เราเช่ารถขนของยูฮอ กัน เพื่อนร่วมเดินทางมีผม หนุ่ม และเฮนน่า เป้าหมายที่ไปคือ มิชิแกน แล้วผมจะไปต่อที่บริจพอร์ต เป็นการขับรถ truck ขนาดเล็กครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ แถมพวงมาลัยซ้ายอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนออกเดินทางเพียงหนึ่งวัน ถึงได้รับใบขับขี่ ที่ไปสอบไว้ที่ Texas (สอบปฏิบัติตกครั้งแรก ครั้งที่สองจึงผ่าน เซ็งมาก เพราะอะไร เพราะเราผ่านทางแยกที่ไม่มีป้าย Stop เราชะลอ เพราะอะไร เพราะเมืองไทย ผ่านสี่แยก ถ้ามึงไม่ชะลอ มึงมีสิทธิโดนสวน แต่ที่อเมริกา เห็นป้าย Stop เขาต้องหยุดนิดนึง เพื่อให้ทางเอก ต้องไม่มีรถก่อน หรือถ้าเป็นสี่แยกก็สลับกันขับ เมืองไทยมันใช้ไม่ได้ครับ ถ้าคนคุมสอบมาเมืองไทย สงสัยโดนสิบล้อสอยไปแล้ว 555)
พฤศจิกายน 19, 2549
Double "O" Seven - Casino Royale
หนังเจมส์บอนด์ ตอนล่าสุด เล่าเรื่องการกำเนิดของ เจมส์ บอนด์ แต่น่าสงสารว่า หนังเรื่องนี้เขียนมายาวนาน ตั้งแต่รุ่นพ่อผมยังหนุ่ม ตอนแรกชื่อ "Dr.No" นำแสดงโดย ณอน เคนเนอรี่ นานแล้ว จริงๆ จะว่าไป ตอน Casino Royale เนี่ย ต้องเป็นตอนที่ก่อน Dr. No เสียอีก แต่อะไรรู้ไหมครับ
เจมส์ บอนด์ ของเรา ใช้มือถือ แบบ PocketPC ที่ต่อ GPS ไว้ดูเส้นทาง ตอนเดินทางฉากหนึ่ง ไปโรงแรม
สมัย Dr. No เนี่ย อย่าว่าแต่ Pocket PC เลย คอมพิวเตอร์สมัยนั้น น่าจะมีแต่ MainFrame เครื่องเท่าตึก ฮ่าๆๆๆ
เอาเป็นว่า หนังดูแล้ว ไม่ถึงกับสนุกเท่าไร ผมชอบภาค ที่เพียช เล่นมากกว่า ถึงมันจะดูไม่ซีเรียส โหดหิน แมนๆ เท่าภาคนี้ แต่มัน "ตื่นตา ตื่นใจ" กว่าเยอะเลย แถมภาคนี้ไม่เน้นสาวๆ ฉากเพลงเปิดยังไม่มีรูปสาวๆ เลย และเพลงก็แต่งใหม่ด้วย ร้องโดย คริส คอรเนล แห่ง audioslave สุดเท่!
สรุป อย่าคาดหวังอะไรมากกับ casino royale แล้วจะดูเพลินๆ ครับ
พฤศจิกายน 17, 2549
วง RiverMaya
วง rivermaya เป็นวงจากฟิลิปปินส์ครับ
คุณ วรชาห์ สมาชิกเวบบอร์ดไต้ฝุ่นแนะนำให้ผมรู้จัก
โหลดเพลงที่คุณ วรชาห์แชร์ไว้ 2 เพลงแล้วรู้สึกดี
เสียงร้องของคนฟิลิปปินส์นี่ สำเนียงฝรั่งจ๋าเลย
ฟังแทบไม่ออกว่าไม่ใช่ฝรั่งแท้นะเนี่ย
เนื้อเพลงก็ดีนะครับ ลองหาฟังกันได้ ออกกับ วอร์เนอร์มิวสิก
คุณ วรชาห์ สมาชิกเวบบอร์ดไต้ฝุ่นแนะนำให้ผมรู้จัก
โหลดเพลงที่คุณ วรชาห์แชร์ไว้ 2 เพลงแล้วรู้สึกดี
เสียงร้องของคนฟิลิปปินส์นี่ สำเนียงฝรั่งจ๋าเลย
ฟังแทบไม่ออกว่าไม่ใช่ฝรั่งแท้นะเนี่ย
เนื้อเพลงก็ดีนะครับ ลองหาฟังกันได้ ออกกับ วอร์เนอร์มิวสิก
พฤศจิกายน 16, 2549
ความฝัน...เมื่อเช้า
วันนี้ตอนเช้า ผมตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์
หุย (เมียสุดที่รัก) โทรมาปลุกจากบ้านแม่ของเธอ
หกโมงเช้าตรง ผมลุกไปรับสาย และ แปรงฟัน
จากนั้น ผมก็ลงไปจะอุ่นกับข้าว
ก่อนเข้าไปอุ่น ขอนอนงีบเบาๆ ซักพักก่อน ที่โซฟา
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เวลาหลับสั้นๆ ระหว่าง 6.10-6.45
ผมฝันเป็นเรื่องเป็นราว
จำรายละเอียดไม่ได้มากมายนัก แต่จำ climax ของฝันได้ดี
มันคือ... ตอนนั้นผมขี่จักรยาน
ไม่แน่ใจนักว่ามีใครซ้อนท้าย
ตอนจะเลี้ยวซ้ายที่ทางแยก
มีรถ ขับอยู่เลนขวา ซึ่งก็จะเลี้ยวซ้ายเหมือนกัน
ก็มีการเบียดเข้ามาจนผมเลี้ยวไม่ได้
เพราะเกือบจะชนผมอยู่แล้ว
ผมหยุด ทำหน้าส่ายหน้าแบบหน่ายๆ
ทันใดนั้นเอง ชายเจ้าของรถหยุดรถกึก
ลงจากรถ แล้วชักปืนจะยิงผม
ผมจับมือมัน กดลงต่ำ กระสุนถูกสาดลงพื้น
หลายนัดเลย แปลก! ผมไม่กลัว
อาจเพราะ จิตใต้สำนึกบอกว่าผมไม่ผิด
ผมถูกมันปาดหน้าเห็นๆ ยังมาโกรธที่ผมทำหน้าหน่าย
แล้วลงมายิงผมอีก จะบ้าแล้ว..
แล้วก็ตื่นมาอุ่นข้าว รีบกิน เพราะต้องไปทำงานก่อน 7.15
เดี๋ยวไม่ทันรูดบัตร!
หุย (เมียสุดที่รัก) โทรมาปลุกจากบ้านแม่ของเธอ
หกโมงเช้าตรง ผมลุกไปรับสาย และ แปรงฟัน
จากนั้น ผมก็ลงไปจะอุ่นกับข้าว
ก่อนเข้าไปอุ่น ขอนอนงีบเบาๆ ซักพักก่อน ที่โซฟา
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เวลาหลับสั้นๆ ระหว่าง 6.10-6.45
ผมฝันเป็นเรื่องเป็นราว
จำรายละเอียดไม่ได้มากมายนัก แต่จำ climax ของฝันได้ดี
มันคือ... ตอนนั้นผมขี่จักรยาน
ไม่แน่ใจนักว่ามีใครซ้อนท้าย
ตอนจะเลี้ยวซ้ายที่ทางแยก
มีรถ ขับอยู่เลนขวา ซึ่งก็จะเลี้ยวซ้ายเหมือนกัน
ก็มีการเบียดเข้ามาจนผมเลี้ยวไม่ได้
เพราะเกือบจะชนผมอยู่แล้ว
ผมหยุด ทำหน้าส่ายหน้าแบบหน่ายๆ
ทันใดนั้นเอง ชายเจ้าของรถหยุดรถกึก
ลงจากรถ แล้วชักปืนจะยิงผม
ผมจับมือมัน กดลงต่ำ กระสุนถูกสาดลงพื้น
หลายนัดเลย แปลก! ผมไม่กลัว
อาจเพราะ จิตใต้สำนึกบอกว่าผมไม่ผิด
ผมถูกมันปาดหน้าเห็นๆ ยังมาโกรธที่ผมทำหน้าหน่าย
แล้วลงมายิงผมอีก จะบ้าแล้ว..
แล้วก็ตื่นมาอุ่นข้าว รีบกิน เพราะต้องไปทำงานก่อน 7.15
เดี๋ยวไม่ทันรูดบัตร!
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)