แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ music แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ music แสดงบทความทั้งหมด

ตุลาคม 07, 2551

ฝรั่ง


Rivers Cuomo of Weezer playing his guitar with "ฝรั่ง" sticker on it.

กันยายน 25, 2551

New mp3 Store Concept





ปัจจุบันนี้ เราจะเห็นว่า การโหลดเพลง mp3 จากเวบ Bit ต่างๆ ทำได้สะดวกง่ายดาย
จนคนทั่วไปมองว่า เพลงเป็นของฟรี ไปแล้ว ไม่ต้องเสียเงินก็หามาฟังได้
เวบอย่าง iTunes นับว่ามีฝีมือ ที่ทำให้โลกแห่งการโหลด สามารถเก็บตังค์ได้
และเก็บได้มากเสียด้วย เพราะจำนวนเพลงที่มีมากมาย และสามารถเลือกซื้อเพลงได้
ในราคาเพลงละ 99 cent ซึ่งก็คือประมาณ 30 กว่าบาท!

แต่ผมจะเปลี่ยนโลกแห่งการโหลดเพลง mp3 ใหม่ ด้วย Concept แบบที่
เจ้าของเครื่อง mp3 player ไม่ต้องเสียเงินค่าโหลด จะคล้ายๆ กับการที่เราซื้อเครื่อง
PSP หรือ NDS หรือ เกมส์ Console ต่างๆมาด้วยราคาค่อนข้างสูง แล้วไม่ต้องซื้อ
ตัวเกมส์ อีก เพราะสามารถโหลดมาเล่นได้ฟรี แต่อันนี้ผู้ผลิตเกมส์ หรือศิลปินจะไม่ได้อะไรเลย

นอกจากทำงานออกมาแล้วโดนคนไปปล่อยให้โหลดฟรี
ด้วย Concept ใหม่ ศิลปินจะมีหน้าที่ผลิตเพลงส่งให้กับร้านขายเพลง digital
ในที่นี้ ผมตั้งชื่อยี่ห้อของผมมั่วๆว่า ooDDoo อ่านว่า อู้....ดี

เครื่องเล่น ooDDoo มีฟังค์ชั่นการเล่นเพลงที่เนี้ยบ และน่าใช้ ออกแบบรูปทรงดีมากๆ
และที่สำคัญ เพลงที่จะเล่นกับเครื่องเล่นนี้ ต้องโหลดผ่านเวบของ ooDDoo ซึ่งมีเพลง
มากกว่าเวบ iTunes หลายร้อยเท่า เพราะมีเพลงทั่วโลก ให้ Search หา และโหลดไป
โดย Format ของตัว mp3 ที่โหลดจากเวบ ก็จะมีความละเอียดระดับ insane (320 bps)

โหลดกันได้ไม่จำกัด เพียงซื้อเครื่อง ooDDoo มา แล้ว connect ผ่าน Computer
แล้วเอา Computer ต่อเข้าเน็ต โหลดได้ชู้ดๆ ที่สำคัญ คือ ลูกค้าโหลดฟรี เสมอ
ทีนี้ คำถาม ศิลปินได้อะไร

ooDDoo มีฟังค์ชัน ในการดึงจำนวนการฟังของลูกค้าในเครื่อง ooDDoo ของตัวเอง
นั่นคือ เช่น ถ้านายก โหลดเพลงของ Sonic Youth แล้วฟังเพลง Teenage Riot
ไป 100 เที่ยว

ทุกๆเที่ยวจะถูกนับ (โดยฟังต้องฟังแบบไม่ Fast forward และฟังครบตั้งแต่วินาที 0
ถึง วินาทีสุดท้าย)

ทาง ooDDoo จะจ่ายให้ Sonic Youth สำหรับเพลงนี้ รอบละ 0.01 Cent
นั่นคือ ทางบริษัทกลาง ooDDoo จะจ่ายให้ Sonic Youth 1 Dollar

ข้อดีของระบบนี้คือ ลูกค้าจะเสียแค่ค่าเครื่อง แต่ content ฟรี โหลดได้ฟรีเสมอ
แต่ถ้าโหลดแล้วไม่ฟัง โหลดไปเก็บ ศิลปินก็จะไม่ได้เงิน
บริษัทผู้ขาย จะมีจุดขายคือ Store ที่ใหญ่มากๆ คือศิลปิน จะเอาเพลงมาลงที่นี่ได้ง่ายมาก และได้เงินจากการถูกฟัง
ข้อดีอีกอย่าง ทางเวบ ooDDoo จะสามารถจัดอันดับเพลงฮิตต่างๆ ได้ง่ายดาย จากการดูการฟังเพลงของลูกค้า

คำถามคือ บริษัทตัวกลางจะรับภาระจ่ายเงินค่าฟังของลูกค้าของตนไหวไหม

คำตอบคือไหว เพราะศิลปินที่อยากให้งานตัวเองถูกโหลดไปฟัง และอยากมีอันดับเพลงสูงๆ
ก็จะขอลงโฆษณาในเวบ ทำให้ ooDDoo ได้เงินค่าโฆษณาจากศิลปินที่เอางานมาปล่อยอีกด้วย
และเพราะเครื่องนี้ ซื้อแล้วโหลดเพลงได้ตลอดไปฟรีแบบถูกต้องตามกฎหมาย เพราะศิลปินได้เงิน
เครื่อง ooDDoo ที่ให้คุณภาพของเสียงดีกว่า iPod มีฟังค์ชันเหนือกว่า iPod และ Design เจ๋งกว่า iPod
ก็จะขายดีทำยอดถล่มทลาย และทลายกำแพงโง่ๆที่ห้ามซื้อเพลงข้ามประเทศที่ ปัญญาอ่อน iPod กั้นไว้

เราอยู่ไทย อาจสามารถโหลดเพลงจาก ธิเบต โดยศิลปินชาวธิเบตนั้น จะได้เงินจากการฟังของเราด้วย

(โดย ooDDoo มีหน้าที่จ่ายให้ศิลปินผู้นั้น)

สุดยอดครับ

แต่มีจุดอ่อนอยู่เหมือนกัน... คุณว่าคืออะไร?

กรกฎาคม 06, 2551

รายงานเพลง...

ได้มาแล้วครับ เมื่อวานไปเดิน B2S มีขายแล้วนะ! Weezer Red !!! พร้อม Bonus Track
เป็น Version Deluxe ราคาปก 399 ในปกมีสัมภาษณ์วง
และเนื้อเพลงครบทุกเพลง แจ่มมากๆ ถึงจะฟังแล้วจนปรุ
แต่ผมก็ยังไม่เคยฟังเพลงสุดท้าย ซึ่งไม่มีตอนโหลดจาก mininova


เพิ่มเติม ตอนนี้ Sebadoh ก็ออก Remaster อัลบั้ม
Bubble and Scrape (version deluxe) มีให้โหลดแล้วเช่นกัน
อีกทั้งงานใหม่ของ Sloan ชุด Parallel Play
และ Beck ชุด Modern Guilt ฟังกันให้อุ่นหู ถ้ามีโอกาสก็ซื้อซะนะครับ (ฮ่าๆ)

แต่ที่สำคัญ Coldplay แบบ flac คมชัดเหมือน CD มีโหลดนานแล้ว
แต่ตัว CD ที่ขายในไทย เป็นแบบ Import ราคาเกือบ 800 (ที่ B2S)
อะไรกันนักหนา แพงซะ เป็นวง Mainstream นี่ ทำไมกลายเป็นต้อง import
ไม่มีค่ายในไทยเอาเข้ามารึ แล้วแบบนี้ใครจะซื้อหว่า

ปล. ก็ไม่เพราะเท่าไหร่นะชุดนี้ ผมชอบชุดเก่าของ coldplay มากกว่า
แต่ก็ยอมรับว่า เพลงของพวกเขามีพลังประหลาด

อืม ได้ลองฟังเพลงของวง Rush ที่สิงโตชอบ ได้พบว่า เป็นวงที่เจ๋งมากๆ
และเข้าใจเลยว่า ทำไมสิงโตถึงชอบ เพราะวงนี้คงเป็นต้นแบบวง Progressive
Rock อย่าง Dream Theater แน่ๆ ฟังจาก sound กลองก็พอเห็นละครับ
แต่ Rush อาจไม่ซับซ้อนเท่า เพียงแต่ผมว่า Rush ทำเพลงเพราะกว่านะ
Dream Theater เพลงไม่ค่อยเพราะ แต่เล่นเทคนิคกันเยอะมากๆ

อีกวงที่ทึ่งในช่วงนี้ คือ Explosion in the Sky เป็นวงบรรเลง
ดนตรี กรีดลึก ถึงวิญญาณ คนที่ฟังดนตรีแบบ sonic youth น่าจะเก็ตเร็ว
คือวงนี้ทำเสียงออกมา "ถึง" ดนตรี เข้าไปโดนจุดต่างๆของสมอง
เท่และถึงมากๆด้วยครับ ลองหาฟังนะ (มีให้โหลดเช่นกัน)

พฤษภาคม 07, 2551

แวมไพร์ 618 วางขายแล้ว!

โห.. แม้แต่อัลบั้มที่มีแต่เพลงฝรั่งทั้งอัลบั้ม แวมไพร์ก็ไม่เว้น!

เมษายน 28, 2551

Pork & Beans

Single แรก - - เพลงใหม่ของ Weezer
ว่าด้วย "ผมจะกินขนมกับหมูและถั่ว ขอโทษด้วยกับมารยาทของผม และอาจทำให้คน
มอง"...

ติดหูมากๆ ดนตรีแรง และเพราะ กลอง Basic จัดๆ และที่สำคัญ

ไม่มีท่อน Solo กีตาร์ ! หรือนี่คือ After "River's Marriage" Type of Music!

COOL....

เมษายน 27, 2551

Weezer อัลบั้มที่ 6 - Red Album ใกล้วางแผงแล้วครับ

ข่าวดีครับ สำหรับแฟนๆ เพลงของวง Weezer!
อัลบั้มใหม่ ที่วางขายเดือนมิถุนายน (เดือนเกิดผม!) ชื่อ "Weezer" ปกแดง
ตอนนี้ออก Single แรกมาวางขาย วันที่ 24 เมษายนนี้ ชื่อ Pork and Beans
ลองเข้าไปที่ http://www.weezer.com แล้วไม่ผิดหวังจริงๆ! (ซื้อผ่าน iTunes ได้นะ)

ตัวอัลบั้ม รู้สึกจะออกมา 2 version ปกติ กับแบบ Deluxe

(ดีใจนะเนี่ย)

เมษายน 08, 2551

Naming of a Storm in my view...

ฟังทั้งอัลบั้มแล้วครับ
รู้สึกชอบในความคิดสร้างสรรค์ที่โปรดิวเซอร์กระชายและปริน พยายามสร้างมันออกมา ผมรู้สึกว่าพวกเขารักงานชิ้นนี้มากๆ จับได้จากรายละเอียดต่างๆที่ยิบย่อยเหมือนดาวบนฟ้าเลยทีเดียว
แต่โดยความชอบส่วนตัวแล้ว มีข้อที่ผมตินิดหน่อยครับ คือ ผมชอบให้เสียงบางอย่างมี Pattern ที่แน่นอน ถ้าผมเป็น Producer ผมจะให้ความสำคัญกับส่วนนี้มากๆ เช่น เสียงร้อง เสียงกลอง เสียงกีตาร์ การบันทึกควรให้มีเสียงที่เป็นสำเนียงเดียวกันทั้งหมด ทั้งอัลบั้ม เป็นเนื้อเดียวกันจึงรู้สึกขัดนิดหน่อยกับการที่เสียงร้องเพลง Welcome Home กับ Our First Day Will Come Again มีการ ใส่ Echo ให้กับเสียงร้องนำ โดดออกจากเพลงอื่นๆทั้งหมด(ผมชอบเสียงที่ไม่ใส่ Echo ของพี่คุ่นมากกว่าแบบมี Echoครับ) ข้อนี้ ทำให้ดนตรีภาพรวมทั้งอัลบั้ม ดูไม่ค่อยเป็นเนื้อเดียว (อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวครับ บางคนอาจเห็นว่าสิ่งนี้เป็นการสร้างสีสรรค์ให้กับทั้งอัลบั้ม)
อีกส่วนที่ผมรู้สึกเสียดาย คือ Line ประสานเสียงร้อง เพราะเพลงแนวที่ผมชอบเนี่ย จะได้รับอิทธิพลจากเพลงที่เน้นเสียงร้องประสาน อย่าง The Beach Boys, The Beatles หรือ Weezer ก็แล้วแต่ การประสานเสียงมีส่วนสำคัญต่อเพลงไม่แพ้เสียงร้องนำเลย หลายๆเพลงถูกตัดพาร์ตที่เป็นเสียงประสานไปอย่างน่าเสียดาย เสียงร้องเมโลดี้เดียวกันเป๊ะ แต่คนนึงร้องสูง คนนึงร้องต่ำเนี่ย คืออีกเสน่ห์หนึ่งที่ Weezer ใช้ในงานชุดแรก (The Blue Album) ซึ่งผมชอบมาก
มาถึงส่วนสุดยอดในอัลบั้มชุดนี้บ้างครับ ผมว่าดนตรีของเพลง Lie to me once more ช่างกล้ามาก ฟังมั่วแต่ไม่มั่ว เหมือนเพลงที่ผมชอบเล่นเลย (จริงๆของผมนี่มั่ว ไม่ได้แกล้ง ฮ่าๆ)ลูกเล่นแพรวพราวมาก และดูเหมือนจะจงใจเล่นโน้ตไม่ถูกคีย์ด้วย อันนี้ขอใช้คำว่าช่างกล้า เพราะว่าจริงๆแล้วโปรดิวเซอร์แม่นมากๆกับเสียง ที่ยอมให้เสียงผิดคีย์ ออกมาแบบตั้งใจนี่แสดงว่าไอเดียกระฉูดครับ แม้แต่เสียงประสานเพลง Mr.Passerby ที่ผมไปอัดใหม่ พบว่า เสียงมันยังเป็นแบบผิดคีย์เหมือนในเดโมนี่ :P แสดงว่า โปรดิวเซอร์เลือกใช้เสียงจากเดโมคงต้องการอารมณ์มากกว่าความถูกต้องของดนตรี
เพลงที่ผมรู้สึกว่าเหมือนกับ Demo มากที่สุด น่าจะเป็น Bad Bangkok Blues กับ Me in the Dark อืม Danger ก็เหมือนแฮะ แต่พี่คุ่นร้องไม่มี Pattern ได้สะใจมากทำให้จับทางไม่ถูก เข้าทางพี่คุ่นเลย ฮ่าๆ ดีครับ
เพลงที่ผมเสียดายที่สุด น่าจะเป็น My Morning Moon เพราะว่า เป็นเพลงที่มีความหมายส่วนตัวสำหรับผม จริงๆอยากให้ออกมาเหมือนเดโม (หมายถึงเมโลดี้ และ Tempo) ก็เป็นการตีความดนตรีใหม่เพื่อให้ไม่เหมือนเพลงอื่นๆอีกหมื่นล้านเพลง (แต่ข้อเสียของเพลงผมคือ ฟังแล้วจะรู้สึกว่าเหมือนเคยฟังมาก่อน เพราะอะไรเหรอครับ เพราะผมไม่สามารถทนเล่นเพลงที่ไม่เพราะได้ และเพลงที่เพราะก็มักเป็นเพลงที่เคยเกิดขึ้นในโลกนี้และผมชอบ และฝังหัว โดยไม่รู้ตัวว่าเพลงที่เราแต่ง ไปมีส่วนเหมือนกับเพลงอื่นๆอีกหมื่นล้านเพลง) ข้อนี้ละมั้งที่ทำไมผมถึงชอบ Sonic Youthเพราะพวกเขาทำในสิ่งที่ผมไม่สามารถทำได้ คือมีความสุขกับเพลงที่ไม่เน้น melody ความไพเราะ แต่การแสดงสดของพวกเขา ทำให้ผมรู้สึกว่าพวกเขา "อิน" กับเพลงตัวเองมากแค่ไหน (ไม่น่าเชื่อ!)
ถึงอย่างไร การได้ทำงานเพลงในห้องอัด ทนหลังแข็งถ่างตาอัดเพื่อให้ได้เสียงที่ใช่ จัดไมค์ที่ถูกนี่ เป็นอะไรที่ผมไม่มีวันลืมเลยจึงขอบอกว่า ยังไง งานนี้ก็เป็นงานที่ผมรักมาก ไม่ว่าจะออกมาเป็นไงก็รักครับ เพราะเป็นงานที่คนทำตั้งใจให้งานออกมาดีคนทำทุ่มเทให้ความรักกับผลงาน มากกว่าเพื่อหวังผลทางการค้า (จริงๆผมเชื่อแบบที่พี่ต้อมเป็นเอกเชื่อในงานหนังของเขา คืองานหนังของเขามันขาย คนจะชอบ มัน mass แต่...จริงป่าวหว่า ฮะๆ) งานนี้จัดว่าเป็นงานที่สร้างสรรค์มากๆ มีไอเดียร์ให้เงี่ยหูฟังได้ไม่รู้เบื่อ และฟังกี่รอบๆ เพลงก็ยังน่าฟังเสมอครับ... :)

มีนาคม 04, 2551

อวสานเซลส์แมน Live Concert CD ปี 2546

เมื่อวานไปเดิน B2S ตอนพาลูกไปเที่ยงห้างเซ็นทรัลพระราม 3
พลันเห็น DVD คอนเสริต ของน้องๆวง อวสานเซลส์แมนเข้าให้
ด้วยความที่ พวกเขา Produce งานของ the typhoon band
ทำให้อยากรู้ว่าเวลาออก Concert จะเป็นอย่างไร เลยตัดสินใจซื้อมาดู
พบว่า "ตั้ม" พิสุทธิ์ ตีกลองให้ และตีได้ดีด้วยครับ!

ปล. 230 บาท ... น่าเก็บสะสม ยังมีขายอยู่นะ B2S พระราม 3 ครับ

มีนาคม 03, 2551

วง

การจะทำวงดนตรีขึ้นมาสักวง สำหรับผม เพื่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
วงอย่าง suede อาจประกาศหาสมาชิกวงทางหนังสือพิมพ์
แต่สำหรับผม ความเป็นวง ควรมาจากความสนิทสนม และเป้าหมายในชีวิตคล้ายๆกัน
ออกอัลบั้มสำเร็จสักอัลบั้ม ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นการร่วมมือกันทำงาน ฝึกฝน
แต่งเพลง
ใช้ชีวิตร่วมกัน ในการสร้างสรรค์งานแบบเป็นทีม ทั้งนี้ทั้งนั้น ย่อมมีอุปสรรค
คนที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ดีกว่า นำมาถึงวันที่ได้ยืดอกอย่างภาคภูมิกว่า
คนที่ท้อแท้ นั่งมองคนอื่นเดินไปข้างหน้า แต่ไม่ก้าวขาไปพร้อมๆกัน

ความฝันกับความจริง มีสิ่งที่ร่วมกันอยู่เสมอ .. นั่นคือ ความสุข

กุมภาพันธ์ 28, 2551

เพลงสำหรับหัวข้อ "หมัก"

อืมมมม ทำเสร็จแล้ว แต่ไม่รู้จะไหวหรือเปล่า ตั้งชื่อไว้ว่า "สาบาน"

"สบาน" กับ "หมัก" เกี่ยวข้องกันอย่างไรหว่า?

กุมภาพันธ์ 25, 2551

a day & hamburger

ตอนนี้หนังสือสองเล่ม ที่วันนั้นผมแวะไปไต้ฝุ่นสตูดิโอ เพื่อให้สัมภาษณ์และถ่ายรูป ได้วางขายแล้วทั้งสองเล่ม

A day จะเสนอการให้สัมภาษณ์ของพี่คุ่น (จริงๆ เรื่องที่ลง เกี่ยวกับไต้ฝุ่นแบนด์ นั้นสัมภาษณ์ก่อน

และสัมภาษณ์ตอนผมอยู่ด้วย ส่วนเรื่องหมัด คิดว่าคงสัมภาษณ์หลังจากที่กลับจากทานกลางวันกันแล้ว)

 

รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ฟังงานเพลงที่ตัวเองได้มีส่วนร่วม ออกวางขายในระบบ CD ใต้ดิน

อยากรู้ว่า จะมีคนชอบมากน้อยแค่ไหน และที่สุดคือ อยากฟัง ว่ากระชาย กับปรินน ทำเพลงออกมาได้ดีแค่ไหน

เพราะเดโม ที่ทำออกมา กับงานจริง ย่อมต่างกัน เพียงกลิ่นเดิมจะคงอยู่ ให้สูดดมระลึกถึง

กุมภาพันธ์ 19, 2551

ไอพอด นาโน เติ๊ด เจนเนเรชั่น แคนนอน ดิสเพลย์ ไทย ฟ้อนท์

ผมหงุดหงิด เพราะเจ้า ไอป๊อดนาโน ของผมอ่านภาษาไทยไม่ออก
ผมพยายามหาในกูเกิ้ล เพื่อหาทางเอา เฟอร์มแวร์มาอัพเกรดให้มันอ่านออก
และผมก็พบว่า ไม่มีใครสามารถทำตัวอ่านภาษาไทยนี้ ทั้งของปลอม และของแท้
ของปลอมหมายถึง คนทางบ้าน เขียนโปรแกรม โมดิไฟ เอง
ของแท้ คือ หมายถึงตัวทางการที่ทางบริษัทแอปเปิ้ลไอพอด ออกมาให้

แล้วจะให้ผมทำอย่างไร นั่งรอโชคชะตาให้อยู่ๆ เครื่องผมก็อ่านไทยได้หรือ
ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ผมจึงตัดสินใจว่า จะต้องทำอะไรบางอย่าง
กระตุ้นให้สตีฟ จ๊อบ เห็นคุณค่าของลูกค้าชาวไทย ที่ใช้เครื่องฟังเพลง
ที่เค้าเป็นเจ้าของบริษัทเสียบ้าง
ไม่ใช่เอาใจแต่ประเทศเทพๆ อย่างญี่ปุ่น หรือจีน (หมายถึงเอเชีย)
เพราะเราต่างรู้ดีว่า คนไทยใช้ไอพอดกันมากมาย ไม่ใช่น้อยๆ
แล้วทำไม เค้าจะรักษาคุณภาพของบริษัท และให้คุณค่ากับลูกค้าไทยบ้างไม่ได้หรือ
โลกนี้ไม่ได้มีอะไรยากเกินไปหรอก ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะทำหรือไม่ทำ
ดังนั้น ผมจึงเขียนอีเมลไปหา แอ๊ปเปิ้ล ตอนนี้กำลังรอคำตอบกลับ
ว่าจะทำ หรือไม่ทำ!

มกราคม 17, 2551

my space - i am nhephex

เพิ่งไป add เวบใน my space ครับ เป็นที่วางเพลงของผมเอง
ก็ link ไปที่ http://myspace.com/iamnhephex เน้อ :)

มกราคม 16, 2551

New Year 08 Party of my company

วันพรุ่งนี้แล้ว
งานจัดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง
ผมเล่นดนตรีกับพนักงานคนอื่นๆ
แต่ตอนนี้งานเยอะจัดกันส่วนใหญ่
งานมันเลยกร่อย (กอรปกับสถานะการณ์บ้านเราตอนนี้ด้วย ไม่ควรสนุกสนาน)

พฤศจิกายน 16, 2550

lyrics and women

ว่าไปแล้ว การเขียนเนื้อเพลงให้ดี เป็นศิลปะ เป็นกวี เป็นอะไรที่หลากหลาย
ผมขอเรียกวิธีการเขียนเนื้อเพลงของผมว่า "ธรรมดา แสดงออกตรงๆ ไม่มีมาด"
เพราะจะว่าไปแล้ว ผมได้อ่านเนื้อเพลงของวงที่แต่งเนื้อเพลงเก่งๆ เช่นเนื้อประมาณว่า
"คุยกับเงาตัวเอง ที่พูดไม่เป็น" -- อารมณ์แรกที่ได้ยินคือ "เจ๋งว่ะ" (แต่กูทำไม่ได้หรอก)

สำหรับผม ในอดีต ผมแต่งเพลงให้ผู้หญิงหลายคนมากมาย ทุกคนที่เขียน จะออกมาตรงๆ
ตามความคิดตอนนั้น ไม่มีอะไรซับซ้อน ทับซ้อน ให้กลับไปคิด หรือเป็นคำเจ๋งๆ ใดๆ

"เธอคือรอยร้าวของกาลเวลา ที่ตราอยู่ในหัวใจ ไม่มีทางหาย ยังคงว่ายเวียน
ตราบยังมีลมหายใจ" (เพลงชื่อเนื้อคู่ เป็นเพลงแรกที่แต่งให้กับวง Hate Your Boyfriend
วงของผมเอง ฮ่าๆ) แต่งให้กับ น้อย ผู้หญิงที่ผมหลงรักตอน ป.5-6 ครับ
Result คือ เธอยังไม่เคยฟังครับ

"ฉันเห็นพี่เอ๋ตอนมอสี่ในชมรมคอมพิวเตอร์ ฉันชอบเธอแต่ไม่กล้าเข้าไปคุย..
พี่เอ๋โปรสี่ห้องถาปัด ส่วนฉันห้องวิศวกรรม พี่เอ๋เรียนมอห้า ฉันเรียนมอสี่..."
(เพลงนี้ชื่อ พี่เอ๋ ตอนหลัง ตอนอัดเพลงให้ HYB ผมเปลี่ยนเนื้อและแก้ชื่อเพลงเป็น
สาวตากลม) แต่งให้ พี่เอ๋ ผู้หญิงที่ผมหลงรักตอน มอ 4-ปี 1 (วิศวะ)
Result คือ เธอยังไม่เคยฟังครับ

"ไม่เคยเห็นใคร สดใสแล้วเคร่งขรึม ในเวลาใกล้ๆกัน ก็เลยแปลกใจ สงสัยและสับสน
ว่านี่หรือคนที่เราแน่ใจ ... กันทิมา" (เพลงนี้ชื่อ กันทิมา ตอนหลังเปลี่ยนเป็น กลันทิกา
เนื่องจาก มือเบส จะเอาไปใช้จีบสาว และแก้เนื้อหา และทำนองนิดหน่อย) แต่งให้กับ
กันทิมา สาวที่พบ ตอนเรียนวิชา Human Behavior (วิชาเลือก) ตอน ป.ตรี
เธอไม่เคยฟังเพลงนี้ และเธอเป็นส่วนหนึ่งของชื่อวง Hate Your Boyfriend เพราะเพื่อนเธอ
ตอนที่ผมเข้าไปบอกว่า "ผมอยากรู้จักคุณ" แล้วเพื่อนบอกว่า "เขามีแฟนแล้ว"
และทั้งคู่ (เธอกับเพื่อน) ก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ปล. โชคดีแล้วที่ไม่ได้จีบ เธอสอบได้ที่ 1 เหรียญทอง บัญชี Stat รหัส 36 โคตรๆๆ เก่ง
Result คือ เธอยังไม่เคยฟังครับ

"ภาวิณี ชื่อนี้ฉันจะจำให้ดี ตลอดไป ไม่ลืม ภาพเธอ ย้ำเตือน เรื่องราวมากมาย
เคยผิดหวัง เคยเสียใจ ก็รักใช่ไหมที่ทำเธอ เคยมอบใจ ให้เขาไป สุดท้ายเขาให้
คือทำลาย เธอ............" (เพลงนี้ชื่อ ภาวิณี แต่งตอนเรียนโท อเมริกา) แต่งเพลงนี้ให้
น้องจูนครับ เธอเคยดังมากๆ ในอินเตอร์เน็ต สมัยผมไปเรียนโท เพราะมีคนเอารูปโป๊
เธอมาโพส ผมไล่ตามหารูปพวกนั้นจนได้มาเยอะ แล้วผมก็ได้คุยกับเธอผ่าน msn
และดูเธอผ่านหน้าจอ webcam จนได้รู้จักเธอผ่านเน็ต ...
Result คือ เธอได้ฟัง +++

"I know you from a web that links me to your pictures.
You are so cool, you've done something inside your hole."
(เพลงนี้ชื่อ Jennie แต่งตอนเรียนโทอเมริกา) แต่งให้กับ Jennie สาวเวบแคมดังมาก
อีกเช่นกัน คุยกันทาง AIM และส่งเพลงให้ฟังแล้ว (ปลื้ม)
Result คือ เธอได้ฟัง +++

"เธอทำให้ฉันรู้ว่า ชีวิตฉันมีค่าเพียงใด เธอทำให้ฉันก้าวไป แม้ไม่มีใครอีกเลย"
(เพลงนี้ ไม่ได้ตั้งชื่อ แต่งเมื่อไม่นานนี้ เป็นต้นแบบเพลง my morning moon
ที่จะใช้กับ วงที่ทำกับพี่คุ่นปราบดา ครับ) แต่งให้น้อง +Ul คนที่เป็นเพื่อนผม
ตอนที่ผมโดนกระแสที่ทำงาน รบกวนอย่างหนัก จนเครียด ปวดหัวมาก
เหมือนเธอเป็นคนเดียวตอนนี้ที่ผมคุยด้วย อันนี้ไม่ได้คิดจีบหรืออะไร
แต่เหมือนน้องเค้าทำให้ผมมีกำลังใจในการทำงานต่อไปที่นี่
แล้วก็ จริงๆ ก็นานแล้วที่ไม่ได้แต่งเพลง โดยมีเหตุผลแบบนี้
Result คือ เธอได้ฟัง +++

จริงๆ ยังมีอีก แต่อยากจะบอกว่า การแต่งเพลง เพื่อความรู้สึกจริงๆ จากใจ ต่อใคร
มันก็ดีแบบนี้ เวลาเอามาฟัง แล้วเราจะนึกถึงคนที่เราเขียนเพลงถึง
ถึงเนื้อมันจะอ่อนๆ ไม่กวี ส่วนตัวๆ ก็ตาม แต่ผมรักเพลงพวกนี้เหมือนกัน
เพราะคือชีวิตช่วงหนึ่งของผม...ครับ

พฤศจิกายน 09, 2550

ดนตรี

ดนตรีนั้น
คือสิ่งที่มีค่า
คือความหวังที่เรืองรอง
คือจิตใจยามเช้าตรู่
คือพระจันทร์ยามก่อนรุ่ง
คืออะไรก็ได้ ที่มีค่า

ตุลาคม 15, 2550

6th Recording Session

On Oct 13, I picked up P'Koon around 1:45 pm to the studio because
Krachai shifted the regular schedule to 2:00 pm.
When we arrived, I still had to wait for the room to be ready about 2 hours.
And before start recording, P'Koon, Krachai and I went to eat lunch (or dinner?)
at the market nearby.

We recorded "me in the dark" for melody rhythm section. My left fingers was
not as hurt as chord rhythm section (which I at last could not do it, Krachai did)

So recording time was from 5:30 (or 6:00 pm) till 10:30 pm.

Next week no schedule for Tues and Thurs and also Sat I cannot come to record
because of my daughter's birthday.

Wow.. I have to write thank you message for the CD cover too!
Wish me luck!

กันยายน 26, 2550

บันทึกเสียงวันที่ 4

เมื่อวานไปบันทึกเสียงวันที่ 4 หลังจากเลิกงาน
รถติดมากๆ แต่ดีที่วันนี้หุยไปอยู่บ้านแม่ รอผมไปอัด
แล้วจะได้กลับพร้อมกัน บ้านแม่หุยอยู่ใกล้กว่าบ้านผม
ถ้าจะไปห้องอัด

ไปถึงประมาณเกือบๆ 2 ทุ่มครับ และได้พยายามอัดเพลง
Me in the dark กัน จน 4 ทุ่ม

สรุปผมเล่นไม่ไหว เพราะกีตาร์แข็งมากๆ (สาย)
คือมันบอด ตลอด ไม่มีทางเนี๊ยบ

ก็เลยจำเป็นต้องให้ line นี้เป็นของน้องกระชายไปอย่างช่วยไม่ได้
T_T เอาเป็นว่า line อื่นผมจะเล่นให้ดีที่สุดแล้วกันครับ
เศร้าแท้