มิถุนายน 25, 2550

ไดอะรี่เบาๆ

/ / / / / / / / / // / / / / / / / / / / / / / /...//.../
. . . ... . . ./// . . . . . .. ///. . . . . .. . .///..//
.. . . . . . . . . // //. . . . . ./// . . . . . . .. .///
/ / / / ///// / / // / / /... / / / / / / // / //....//
.. . / / . . / / .....////////////////..//....///....//

สายฝนวันเสาร์ เทกระหน่ำไม่หนักไม่เบา
เสมือนกำลังบอกใบ้ให้กับผม "ก๊ากกกก ..ซวยแน่"
ที่แย่เพราะฝนตกตอนเย็น ประมาณหกโมง
ใส่คอนแทคเลน ขับก็ลำบาก กระจกปัดน้ำฝนทำหน้าที่ไม่ดี
ภาพเลยเบลอๆ ยิ่งไปกว่านั้น การกลับจากสุพรรณบุรี
มากรุงเทพ เป็นอะไรที่ไม่คุ้นเคย มั่วๆ ไปตามป้าย
ยิ่งฝนตก ยิ่งหลุด บางทีอ่านไม่ทัน เลี้ยวไม่ทัน
กระหน่ำซ้ำด้วยการกดดันให้รีบกลับบ้าน เพราะภรรยา
ต้องการจะเอาลูกนอน ทำให้ผมเซ็งๆนิดหน่อย

.../../..///./././/////././...............././/.///////
.//////////./. ./ ././/./././ .///./ .//././././ ./.
//./ ./ / ./ /./// // //..../././/.///////////////

วันอาทิตย์ ระหว่างนั่งรถสองแถวเข้าไปบ้านยายน้องเฟย์
นั่งอ่านหนังสือ "มุมต่างมอง" บทที่เกี่ยวกับ เพลง mp3
สาเหตุที่ mp3 ทำไมถึงจำกัดไม่หมดซักที
ทำไม นายทุน ถึงต้องการบทหนังห่วยๆ ที่ทำไปทั้งๆที่รู้ว่าเจ๊งแน่ๆ
ทำไม เพลง mp3 ใหม่ๆ จึงสามารถหลบซ่อนขายได้เรื่อยๆ
อ่านแล้วได้แต่ทึ่งปนอึ้งกับไอเดียร์พิศดาร (แต่เป็นไปได้)
ของนักเขียนที่ผมชอบคนหนึ่งครับ
"ธวัชชัย คิดอ่าน"

มิถุนายน 22, 2550

อีกคำ..

ตอนที่อยู่เยอรมัน เวลาก่อนที่จะกลับหลังเลิกเรียน
ผมเดินไปตามถนนที่เต็มไปด้วยหิมะ
มันช่างโดดเดี่ยวมาก เดินไปเรื่อยๆ มองดูบ้านเมือง เดินจะปวดขาไปหมด
เพราะไม่รู้ทำอะไร

ตอนนั้นคิดว่าโลกนี้มีเราคนเดียว
เหมือนอยู่คนเดียว ไม่รู้จักใครเลย
อากาศก็หนาวมาก พื้นลื่น
ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเหงาเข้ากระดูก
ถึงจะเป็นเวลาเพียงสั้นๆไม่กี่ชั่วโมง
แต่ก็เป็นความทรงจำที่ดี
ความจริงอาการเหงาๆแบบนี้มันเคยเป็นตอนอยู่อเมริกา

ช่วงแรกที่ไปไม่รู้จักใคร
ต้องขนของใส่รถยูฮอ
ขับคนเดียวหลังจากส่งเพื่อนลงที่มิชิแกน
มีแผนที่ในมือ
ขับรถผ่านถนนยาวไกล แปลกๆ
เพิ่งขับรถไม่นาน (เลนขวา)
ความรู้สึกตอนนั้นมันก็น่ากลัวนะ
เพราะต้องผ่านด่านเก็บเงินหลายแห่ง
ถ้าไม่มีเงินสดพอจะทำไงก็ไม่รู้
หรือถ้าหลงทาง เลี้ยวผิด
กลับก็คงลำบาก ไม่มี GPS นำทาง
ขับตามแผนที่ล้วนๆ
หรือตอนทำงานที่ปั๊ม กะดึก

อยู่คนเดียว เดินออกไปเทขยะ
ปั๊มอยู่ติดป่า
เปลี่ยวๆ แต่มีรถผ่านมาจอดมั่งบางเวลา
บางคืนอากาศหนาว
มองไปในที่มืดที่ไม่มีแสง หรือบางทีก็มีรถนานๆคันวิ่งผ่านไปมา
อารมณ์เหงาๆ มันก็กลับมา
แต่มันก็ดี เพราะเราเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวจากสิ่งเหล่านั้น

คนเราเกิดมาเพื่ออยู่กับตัวเองอยู่แล้ว
ตอนตายถึงเราจะรักใครแค่ไหน
ใครรักเราแค่ไหน
แต่คนที่ต้องเผชิญกับความตายก็คือตัวเราเอง
ไม่ว่าจะมีความผูกพัน ความรัก ความเกลียด
ความแค้น แค่ไหน
เวลาตายมันก็ต้องเจอกับตัวเอง

ผมเรียนรู้การอยู่กับตัวเองตลอดเวลามาตั้งนานแล้ว
ไม่เคยคิดว่าต้องมีใครที่ต้องผูกกับเราตลอด
ไม่มีทางอยู่แล้วล่ะ
เพราะฉะนั้นผมคิดว่า
เวลาเราโดนทิ้งก็เหมือนเวลาเราอยู่คนเดียว
เป็นอากาศธาตุที่ล่องลอย

เราสามารถเป็นตัวเองได้มากที่สุดตอนที่ไม่มีใครสนใจ
...

alone..in the Macro

ผมสงสัยตัวเองว่าทำไมบางครั้งจึงต้องมีความรู้สึกชัดเจน
แม้รู้ว่าบางอย่างไม่ควรเกิด แต่ก็เกิดขึ้นเพราะอารมณ์
จริงอยู่ คนเราต้องการเหตุผลในแต่ละเรื่อง
บางครั้งเรื่องบางเรื่อง อาจไม่มีเหตุผล

เพียงความรู้สึก อยากพบใครบางคน

.... เศร้า

มิถุนายน 21, 2550

ริมทะเล Hastings

วันแรกที่ไปพักกับแฟมิลี่ ประมาณ 16 ปีที่แล้ว
จำได้ว่า ในบ้าน มีผู้หญิงสองคน และลูกชายตัวเล็กๆ จอมกวน
คนหนึ่งอายุมาก อีกคนยังไม่มากเท่าไร
ห้องที่พัก ต้องพักร่วมกับหนุ่มผิวดำจากแอฟริกา (จำชื่อประเทศไม่ได้แล้ว)
รู้แต่ว่า ไม่ค่อยชอบพักร่วมกับคนอื่น (เป็นคนไม่ชอบคนแปลกหน้า:P)

วันแรกที่เดินฝ่าลมหนาว(โคด) ไปโรงเรียนภาษานั้น
จำได้ว่า หนาวมากๆๆๆ ใส่เสื้อหนาวแล้ว แต่มือแข็งเป็นน้ำแข็งเลย
ไม่แน่ใจนักว่า หิมะตกหรือเปล่า แต่เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ ทำไมยังหนาว(วะ)

เมืองนี้ มีความทรงจำสวยงามมาก เพื่อนคนไทยน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ที่ไปด้วยกัน
จำได้ว่า สนุกมาก และประทับใจมาก ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ครั้งแรกก็ที่นี่
คือ รู้สึกว่าเราเป็นเจ้าชีวิตตัวเอง การคุยกับคนร้านขายของ
การซื้อ fish and chip กิน (หรือ French fried บ้านเราแหล่ะ)
การซื้ออาหารทะเลใน super มากินที่บ้าน

และการซื้อทีวีจอ 9 นิ้ว มานั่งดูในห้องนอน! (บัดซบเจงๆ พ่อส่งให้มาเรียน ดันซื้อทีวี!)

สรุปว่า คิดถึง ภาพมันเลือนลางแล้วล่ะ แต่จำได้ว่า ประทับใจมากๆครับ

มิถุนายน 20, 2550

หัวใจรุมเร้า

เสียงหัวใจ...เต้นแรง วันก่อนที่ผมจะเอาดอกไม้ไปให้เธอ
ตอนนั้นผมเรียนอยู่ชั้นม.5 วิธีการคิดให้กล้าของผมคือ
ผมคิดว่าผมต้องตาย คนเราต้องตาย ชีวิตทุกชีวิต แม้แต่ทักษิณก็ต้องตาย
ยากจน รวยล้น หัวดี โง่บัดซบ ไม่พ้นความตาย

"กะอีกแค่เอาดอกไม้หนึ่งดอกไปให้เธอตอนวันวาเลนไทน์เนี่ยนะ"

ผมคิดว่าผมต้องทำได้
จำได้ว่า วันนั้น ผมซื้อดอกกุหลาบหน้าประตูโรงเรียน ราคา 10 บาท จากนั้น ก็เดินดุ่ม
เอาดอกไม้ให้เธอ... เธอรับ หน้างงๆ

ช่วง ม.5 ความรักที่มีต่อสาวคนหนึ่ง ช่างสุดยอด
มันเป็นความรักที่ทำให้ผมเรียนดี เป็นความรักที่ประหลาด
ทั้งๆที่เธอไม่เคยได้คบกับผมเป็นแฟน
หลายครั้ง ที่ผมโทรไปแล้วเราคุยกันเป็นชั่วโมง

ผมรู้สึกว่าเธอหยิ่ง
เธอเคยบอกผมว่า ผู้หญิงต้องมีสิทธิเลือกผู้ชาย เพราะเป็นเพศเสียเปรียบ
ผมไม่เหมาะกับเธอหรอก เพราะครั้งนั้น วันงานกีฬาสี หลังจากที่พวกเราจบออกไป
(แม้จะออกไปเพราะสอบเทียบ ม.6 ไม่ได้เรียนครบ 3 ปีก็เถอะ)
เธอมองผมด้วยสายตาแบบนั้น
ความรักที่เคยมีมันหมดทันที ผมไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป...

แต่ในห้วงสมองของผมที่จำได้คือ ความรักตอนนั้น ทำให้เรียนดี
เล่นกีฬาด้วย (ผิดปรกติวิสัยตัวเอง) มันเป็นความรักที่สร้างสรรค์
ครั้งเดียว และครั้งสุดท้าย ... ลืมไม่ลงจริงๆครับ

มิถุนายน 19, 2550

อเมริกา รำลึก ...

จำวันที่เหยียบนิวยอร์คได้ไหม คำตอบคือ จำไม่ได้ แต่จำกิจกรรมบางอย่างได้
ช่วงปีแรกที่อยู่ คอนเนคติกั๊ต การมานิวยอร์คของผม คือการเอารถไปจอดย่านฟลัชชิ่ง
ซึ่งที่ได้รู้จักว่า แถวนั้น จอดได้ฟรีทั้งวัน โดยไม่ต้องเสียค่าจอดรถ เพราะพี่โอม
ซึ่งเวลาปิดเทอม จะมาเช่าห้องอยู่ที่นิวยอร์คเพื่อทำงาน (ร้านอาหาร)
จากนั้น ก็จะลงรถไฟฟ้าใต้ดิน นั่งประมาณ 45 นาทีได้ (นานมากๆ) เพื่อไปลงย่าน
แมนฮัทตั้น เป้าหมายในการเดิน

สำหรับนิสัยคนที่ไม่มีกิจกรรมอะไรมากมาย นอกจากหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์
การไปนิวยอร์คของผม ไม่ใช่ไปเดินพิพิทธภัณฑ์ หรือ มิวเซี่ยม แต่คือ .. การไปเดินซื้อของ

จำได้ว่า ผมไปคนเดียว สถานที่โปรด ร้านขายการ์ตูน ที่กระจัดกระจายสองสามแห่ง
หนังสือการ์ตูนที่อเมริกา เล่มนึงก็ 10 กว่าเหรียญ เปิดดูข้างในได้
ผมก็ไม่ได้ซื้อมากมายอะไร เพียงแต่ชอบไปเดินดู และก็คว้ากลับมาบ้าง ไม่เกินสองสามเล่ม

ส่วนเพลงนั้น จะไปเดินร้านใหญ่ๆ พวก เวอร์จิ้น เรคคอร์ด ไม่ค่อยกล้าเข้าร้านเล็กๆ
เพราะกลัวคนขาย (ฮา) ปกติเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยคุยกับฝรั่งหรือคนแปลกหน้า
แต่ด้วยหน้าที่เป็นแคชเชียร์ประจำปั๊ม จึงจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของเมเนเจอร์ชาวมาเล
ว่าต้องพูด "สวัสดีครับ" ทุกครั้งที่มีลูกค้าเข้ามาจ่ายเงิน (แต่จริงๆก็ไม่ค่อยพูดหรอก :P )

นานแค่ไหนแล้ว ที่ไม่ได้สัมผัสชีวิตแบบนั้น เป็นชีวิตแบบคนเดียว
บางครั้ง ตื่นไหว ตอนเช้าก็จะไปว่ายน้ำที่สระที่โรงยิมมหาวิทยาลัย
แต่ถ้าตื่นไม่ไหว (เพราะทำงานกะดึก) ก็จะเดินออกไปหาอะไรกินที่ข้างล่างอพาร์ตเมนต์

เพราะปกติ อยู่เมืองไทยไม่เคยมีชีวิต "ด้วยตัวเอง"
การไปอยู่อเมริกาสองปีกว่า
คงช่วยให้รู้ว่าชีวิตที่ต้องจัดการตัวเอง
(แม้จะไม่สวยหรูจนน่าทึ่ง)
แต่ก็เกิดขึ้นจริงกับผมมาแล้ว ครั้งหนึ่ง...

มิถุนายน 18, 2550

Busy.... is Bliss?

ช่วงนี้มีงานเข้ามาพร้อมกัน ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีความยุ่งๆอยู่พอควร
คงไม่ว่างเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะยุ่งได้เท่าสมัยก่อนหรือเปล่า
สมัยก่อนที่ว่าคือ ตอนที่ต้องไปประจำที่ไซต์งาน ซึ่งทำงานแบบ
เกิน 10 ชั่วโมงต่อวันเป็นปกติ ...

เพียงแต่ทีมไม่เหมือนเดิม คงไม่ใช่การทำงานแบบเดิมๆอีกละ
แต่อย่างน้อย มันก็คงเป็นงานที่หนักอีกแบบ

มิถุนายน 14, 2550

วันนี้เป็นวันอะไรวะ

บรรลุ เขมิยาทร หรือ ละมั่ง เพื่อนสมัยประถม เกิดวันที่ 14 มิย. 2519
มันเป็นวันดี เพราะมันเป็นวันเดียวกับที่ผมเกิด แต่ดีกรีความเจ๋งในเชิงศิลปะ
เพื่อนผมมันเหนือกว่าผมเยอะ

แต่อย่างไรก็ดี ผมก็ดีใจที่มีฐานพลังอยู่ อย่างน้อยก็รู้ว่าคนเกิดวันนี้เป็นไง
ถึงไม่เหมือนกันทั้งหมดในรายละเอียด แต่อย่างน้อย ก็มีบางส่วนคล้ายคลึง

กมลชัย ก็เกิดวันเดียวกับผม และอีกสองสามคนที่ผมรู้
นอกจากนั้น ในชีวิต ยังมีคนที่เกิดวันที่ 14 มิย อีกหลายคน
(แต่คนละปี) แม้แต่ ภราดร ศรีชาพันธ์ ก็เกิดวันนี้ด้วย (จ๊าก)

เอาวะ วันนี้เป็นวันอะไรวะ

เป็นวันที่ผมเกิดมาเมื่อ 31 ปีที่แล้วว่ะ
Happy Birthday

ขอบคุณ sms ของ เมียจ๋า พี่ฝน น้าแอ๋น สิงโต และ mms ของ เมียจ๋า, เป้
แก่อีกปีแล้ว

อ้อ วันนี้มีคนเกิดสามคนพร้อมกัน ที่ออฟฟิซ ได้กินเค้กด้วย
แล้วตอนกลางวันก็ไปกินกันที่ร้านข้างๆตึก... พี่ฝนมากินด้วย :)

สัมผัส

ทำไม iPod ถึงขายดี เมื่ออาทิตย์ก่อน ได้ลองเล่น iPod VDO ของนิว
น้องที่ทำงาน พบว่า ตัวเครื่องถูกห่อหุ้มด้วยซองซิลิโคน แต่..
ระบบการหมุนยังทำงานได้ดี แปลว่าอะไร น่าสนใจ มันไม่ใช่ระบบสัมผัส
แต่มันคือ ระบบอ่านความร้อนของนิ้ว ?? หรือเปล่า

ผมไม่รู้ว่าระบบกงล้อของ iPod ทำงานอย่างไร แต่ผมว่าเจ๋งดี
ทำไมขายดี ก็เพราะเจ้าความเก๋ของคนคิดน่ะสิ มนุษย์บางครั้ง
คล้ายอยากสัมผัสแต่ไม่ใช่การสัมผัสตรงๆ แต่ผ่านม่านเล็กๆ
ที่ไม่มีผลกระทบต่อการตอบสนอง

บางที การบอกรัก ก็ไม่จำเป็นเท่าการมองตากัน
นั่นคือระบบสัมผัสของ iPod

มิถุนายน 13, 2550

รักระยะสั้น

ทั้งคู่พบกันไม่นาน
แต่เป็นความพอใจของผู้ใหญ่ ทั้งคู่เลยได้แต่งงานกัน

บางคนกำลังทนอยู่
คนที่รู้จักกับคนหนึ่งในคู่นั้นยาวนานกว่าคู่นั้น กำลังเศร้า

"เธอคือรอยร้าวของกาลเวลา ที่ตราอยู่ในหัวใจ
ไม่มีทางหาย ยังคงว่ายเวียน ตราบยังมีลมหายใจ"

เธอเอาเนื้อเพลงบางส่วนไว้ที่ msn ของเธอ (เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน)

ความรักคืออะไร
มันเป็นเรื่องของใคร ระหว่าง คนผู้นั้น หรือคนที่ทำให้คนผู้นั้นเกิดมา...

อืมมมมม someday we'll grow