บางครั้ง เราต้องอดทน
การอดทน บางครั้ง ต้องทนอด
อดที่ว่า อดกิเลส
หลายครั้งอยากได้สิ่งใดมาครอบครอง
ต้องใช้เงินทองที่หามาอย่างเหนื่อยยากลำบากกายลำบากใจ
แต่ถ้าไม่รู้จัก ทนอด เราก็จะต้องสูญเสียมันไป
การอดทน ต่อการทนอด เป็นสิ่งสำคัญในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง
น้ำมันราคาแพง ค่าครองชีพสูง
ราคาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค แพงขึ้น
ราคาหุ้นตกลง เรื่อยๆ บริษัทเงินทุนล้มไปมากมาย
แค่นี้ยังไม่พอกับการ ทนอด อีกเหรอ
ว่าแต่ ... ทำไมราคาซีดีเพลงกลับถูกลง?
พฤศจิกายน 04, 2551
ตุลาคม 28, 2551
ไม่มีเสียงกระซิบ
เช้าแล้ว ไม่มีผู้คนบนถนน โลกนี้มีเพียงทุ่งกว้าง และน้ำ ที่ไหลเอื่อย
ไม่มีเสียงกระซิบจากเธอผู้จากไป มีเพียงลมหายใจของคนตกยาก
และความท้อแท้ที่เกิดจากการทำสิ่งที่ไม่มีความหมายอย่างจำใจ
คงเป็นเพียงความเศร้าที่เราทุกคนต้องเผชิญ หากแม้นว่ามีจริง
แต่ละคนมีทางเดินของตัวเอง ในทางที่ตัวเองมีสิทธิและไม่มีสิทธิเลือก
ขอเพียงพรุ่งนี้ยังมี เราคงต้องเดินก้าวต่อไปในทางอันมืดมิด ไร้ความหวัง
Hope is important
ไม่มีเสียงกระซิบจากเธอผู้จากไป มีเพียงลมหายใจของคนตกยาก
และความท้อแท้ที่เกิดจากการทำสิ่งที่ไม่มีความหมายอย่างจำใจ
คงเป็นเพียงความเศร้าที่เราทุกคนต้องเผชิญ หากแม้นว่ามีจริง
แต่ละคนมีทางเดินของตัวเอง ในทางที่ตัวเองมีสิทธิและไม่มีสิทธิเลือก
ขอเพียงพรุ่งนี้ยังมี เราคงต้องเดินก้าวต่อไปในทางอันมืดมิด ไร้ความหวัง
Hope is important
ตุลาคม 11, 2551
Introducing the new Blog
ตอนนี้ทดลองโพสที่ exteen อีกแห่งครับ
คงเป็นที่ระบายออกมาในเชิงนามธรรม
http://nhephex.exteen.com
สำหรับที่นี่ก็คงเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ โพสหลากหลายต่อไป
ไม่ปิดครับ
คงเป็นที่ระบายออกมาในเชิงนามธรรม
http://nhephex.exteen.com
สำหรับที่นี่ก็คงเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ โพสหลากหลายต่อไป
ไม่ปิดครับ
ตุลาคม 08, 2551
เรื่องสยอง (แปล)
ไปอ่านมาจาก RSS Feed ของเวบ Fokes2Go.com สนุกดี เลยแปลให้อ่านกันครับ
...
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เกิดมาได้ซักพักแล้วในประเทศอิสราเอล
แม้มันจะฟังแล้วเหมือนหนังของอัลเฟรด ฮิชคอก (ผู้กำกับ Psycho)
แต่มันก็เป็นเรื่องจริง!
จอช กรีนเบิร์ก ยืนอยู่ริมถนน เพื่อโบกรถ ในคืนที่มืดมิด และท่ามกลางพายุ
กระหน่ำ
ความดึกได้คืบคลานและไม่มีรถผ่านมาเลย พายุก็หนักมาก เขาแทบจะมองเห็นแค่ในระยะ
ไม่กี่ฟุต
ทันใดนั้นเอง เขาเห็นรถคันหนึ่ง ขับมาช้าๆ เข้าหาเขา และหยุด...
จอช รีบกระโดดขึ้นรถคันดังกล่าวทันทีโดยไม่คิด และปิดประตุ
และพบว่า ไม่มีคนอยู่ในรถ และรถไม่ได้ติดเครื่อง! ไม่ช้า รถค่อยๆเริ่มเคลื่อน
ที่ช้าๆ
จอช มองออกไปที่ถนน และพบว่ากำลังจะถึงทางโค้ง
ด้วยความกลัวสุดขีด เขาได้แต่สวดมนต์ เพื่อขอชีวิต
ทันใดนั้นเอง ก่อนที่รถจะชนกับทางโค้ง ก็มีมือโผล่เข้ามาจากหน้าต่าง! และเลี้ยว
รถ
จอชตัวแข็งด้วยความตกใจ เพ่งมองมือที่เข้าๆออกๆ หน้าต่าง
มือนั้นไม่เคยแตะต้อง หรือ ทำร้ายเขาเลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปไม่นานนัก จอชมองเห็นแสงไฟ ของผับแห่งหนึ่งอยู่ข้างถนน
เขาจึงรวบรวมความกล้า และกระโดดออกจากรถ แล้ววิ่งสุดชีวิตเข้าไปในนั้น
เมื่อเข้าไปในผับ เขาก็เริ่มเล่าเรื่องนี้ให้คนในผับฟังด้วยความหวาดกลัว
และทุกคนในผับก็เงียบ เพราะเห็นว่าเขากำลังร้องไห้ และไม่มีทีท่าว่าเมาอยู่
ทันใดนั้นเอง ประตูผับเปิดออก มีคนสองคนเดินเข้ามา ทั้งคู่เปียกไปด้วยเหงื่อ
เหมือนจอช
และกำลังหอบ และมองไปที่จอช ที่กำลังสะอื้นไห้อยู่ที่บาร์ คนหนึ่งหันไปพูดกับ
อีกคน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"ดูดิ มอยช์ ไอ้บ้านั่นไงที่ขึ้นมาในรถพวกเรา ตอนที่พวกเรากำลังช่วยกันเข็น แส
รดดดดดดดดด!!!!"
...
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เกิดมาได้ซักพักแล้วในประเทศอิสราเอล
แม้มันจะฟังแล้วเหมือนหนังของอัลเฟรด ฮิชคอก (ผู้กำกับ Psycho)
แต่มันก็เป็นเรื่องจริง!
จอช กรีนเบิร์ก ยืนอยู่ริมถนน เพื่อโบกรถ ในคืนที่มืดมิด และท่ามกลางพายุ
กระหน่ำ
ความดึกได้คืบคลานและไม่มีรถผ่านมาเลย พายุก็หนักมาก เขาแทบจะมองเห็นแค่ในระยะ
ไม่กี่ฟุต
ทันใดนั้นเอง เขาเห็นรถคันหนึ่ง ขับมาช้าๆ เข้าหาเขา และหยุด...
จอช รีบกระโดดขึ้นรถคันดังกล่าวทันทีโดยไม่คิด และปิดประตุ
และพบว่า ไม่มีคนอยู่ในรถ และรถไม่ได้ติดเครื่อง! ไม่ช้า รถค่อยๆเริ่มเคลื่อน
ที่ช้าๆ
จอช มองออกไปที่ถนน และพบว่ากำลังจะถึงทางโค้ง
ด้วยความกลัวสุดขีด เขาได้แต่สวดมนต์ เพื่อขอชีวิต
ทันใดนั้นเอง ก่อนที่รถจะชนกับทางโค้ง ก็มีมือโผล่เข้ามาจากหน้าต่าง! และเลี้ยว
รถ
จอชตัวแข็งด้วยความตกใจ เพ่งมองมือที่เข้าๆออกๆ หน้าต่าง
มือนั้นไม่เคยแตะต้อง หรือ ทำร้ายเขาเลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปไม่นานนัก จอชมองเห็นแสงไฟ ของผับแห่งหนึ่งอยู่ข้างถนน
เขาจึงรวบรวมความกล้า และกระโดดออกจากรถ แล้ววิ่งสุดชีวิตเข้าไปในนั้น
เมื่อเข้าไปในผับ เขาก็เริ่มเล่าเรื่องนี้ให้คนในผับฟังด้วยความหวาดกลัว
และทุกคนในผับก็เงียบ เพราะเห็นว่าเขากำลังร้องไห้ และไม่มีทีท่าว่าเมาอยู่
ทันใดนั้นเอง ประตูผับเปิดออก มีคนสองคนเดินเข้ามา ทั้งคู่เปียกไปด้วยเหงื่อ
เหมือนจอช
และกำลังหอบ และมองไปที่จอช ที่กำลังสะอื้นไห้อยู่ที่บาร์ คนหนึ่งหันไปพูดกับ
อีกคน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"ดูดิ มอยช์ ไอ้บ้านั่นไงที่ขึ้นมาในรถพวกเรา ตอนที่พวกเรากำลังช่วยกันเข็น แส
รดดดดดดดดด!!!!"
ตุลาคม 07, 2551
ตุลาคม 06, 2551
ท่ามกลางความเงียบ
ผมอยู่ระหว่างช่วงของกำแพงสองข้างที่หันหน้าเข้าหากัน
ท่ามกลางความเงียบของมุมซอกหลืบนั้น ผมได้ยินเสียงหายใจของใครอีกคน
เมื่อหันหน้าไปทางต้นเสียง ก็พบกับความว่างปล่าวและสายลมที่พัดเอื่อย
เราคงมีทางเดินเงียบเหงาในยามเช้าของวันจันทร์
เราคง
ท่ามกลางความเงียบของมุมซอกหลืบนั้น ผมได้ยินเสียงหายใจของใครอีกคน
เมื่อหันหน้าไปทางต้นเสียง ก็พบกับความว่างปล่าวและสายลมที่พัดเอื่อย
เราคงมีทางเดินเงียบเหงาในยามเช้าของวันจันทร์
เราคง
ตุลาคม 01, 2551
Yes! We are -- WEARE.
We are draining into a hole of despair.
We are sick and going to die.
We are hopeless people.
We are sad.
We are animal.
We are stupid.
We are bullshit.
We are cosmetic faking bastards.
We are popular as hell.
We are funk rocker.
We are fucked locked up.
We are in jail of our body.
We are loosing our soul.
We are helpless.
We are underground heroes.
We are snack of our lovers.
We are sick and going to die.
We are hopeless people.
We are sad.
We are animal.
We are stupid.
We are bullshit.
We are cosmetic faking bastards.
We are popular as hell.
We are funk rocker.
We are fucked locked up.
We are in jail of our body.
We are loosing our soul.
We are helpless.
We are underground heroes.
We are snack of our lovers.
Yeah, anyway, till the end...we are what we don't want to be... We're all
coming back again to die again to be born again to die again to be pain
again to be happy again to be sad again to be fucked up again to be die
again to be born again to be learnt again to be taught again to be hello
world again ... do you really believe?
กันยายน 29, 2551
สิ่งที่อยู่ข้างหน้า
ชีวิตคว้าจับสิ่งที่อยู่ข้างหน้าในเวลาที่เงียบเหงาที่สุดของเดือนตุลาคม
มันคือห้องขาวสะอาด ที่ไม่มีหน้าต่าง และโต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้นั่งไม่สบาย อีก
หนึ่งตัว
เธอผู้อ่อนล้าจากการทำงานอย่างหนักหน่วง ไม่ได้หลับนอนมาสองคืนติด ตาปรือหัวโยก
กับ สุนัขพันธุ์ฝรั่ง ที่ตัวไม่โตนัก วิ่งร่อนว่อนไปมา กระดิกหาง
ในปากคาบลูกบอลสีแดง และจ้องมองเจ้านายของมัน คือ เธออย่างกระปรี้กระเปร่า
และเธอก็สลบคาโต๊ะทำงาน พร้อมด้วยกลิ่นกาแฟที่ยังไม่ได้จิบ และเสียงเพลงคลาสสิค
ที่เปิดผ่านลำโพงโลจิเทค เพียวไฟ เอนิแวร์ จากเครื่องไอพ่อด นาโน ฟอร์ตเจน
สุนัข ตัวเดิมยังคงสนุกกับการวิ่งไปรอบๆห้อง....
มันหารู้ไม่ว่า สิ่งที่อยู่ข้างหน้ามันคือ คุก...
มันคือห้องขาวสะอาด ที่ไม่มีหน้าต่าง และโต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้นั่งไม่สบาย อีก
หนึ่งตัว
เธอผู้อ่อนล้าจากการทำงานอย่างหนักหน่วง ไม่ได้หลับนอนมาสองคืนติด ตาปรือหัวโยก
กับ สุนัขพันธุ์ฝรั่ง ที่ตัวไม่โตนัก วิ่งร่อนว่อนไปมา กระดิกหาง
ในปากคาบลูกบอลสีแดง และจ้องมองเจ้านายของมัน คือ เธออย่างกระปรี้กระเปร่า
และเธอก็สลบคาโต๊ะทำงาน พร้อมด้วยกลิ่นกาแฟที่ยังไม่ได้จิบ และเสียงเพลงคลาสสิค
ที่เปิดผ่านลำโพงโลจิเทค เพียวไฟ เอนิแวร์ จากเครื่องไอพ่อด นาโน ฟอร์ตเจน
สุนัข ตัวเดิมยังคงสนุกกับการวิ่งไปรอบๆห้อง....
มันหารู้ไม่ว่า สิ่งที่อยู่ข้างหน้ามันคือ คุก...
กันยายน 25, 2551
New mp3 Store Concept
ปัจจุบันนี้ เราจะเห็นว่า การโหลดเพลง mp3 จากเวบ Bit ต่างๆ ทำได้สะดวกง่ายดาย
จนคนทั่วไปมองว่า เพลงเป็นของฟรี ไปแล้ว ไม่ต้องเสียเงินก็หามาฟังได้
เวบอย่าง iTunes นับว่ามีฝีมือ ที่ทำให้โลกแห่งการโหลด สามารถเก็บตังค์ได้
และเก็บได้มากเสียด้วย เพราะจำนวนเพลงที่มีมากมาย และสามารถเลือกซื้อเพลงได้
ในราคาเพลงละ 99 cent ซึ่งก็คือประมาณ 30 กว่าบาท!
แต่ผมจะเปลี่ยนโลกแห่งการโหลดเพลง mp3 ใหม่ ด้วย Concept แบบที่
เจ้าของเครื่อง mp3 player ไม่ต้องเสียเงินค่าโหลด จะคล้ายๆ กับการที่เราซื้อเครื่อง
PSP หรือ NDS หรือ เกมส์ Console ต่างๆมาด้วยราคาค่อนข้างสูง แล้วไม่ต้องซื้อ
ตัวเกมส์ อีก เพราะสามารถโหลดมาเล่นได้ฟรี แต่อันนี้ผู้ผลิตเกมส์ หรือศิลปินจะไม่ได้อะไรเลย
นอกจากทำงานออกมาแล้วโดนคนไปปล่อยให้โหลดฟรี
ด้วย Concept ใหม่ ศิลปินจะมีหน้าที่ผลิตเพลงส่งให้กับร้านขายเพลง digital
ในที่นี้ ผมตั้งชื่อยี่ห้อของผมมั่วๆว่า ooDDoo อ่านว่า อู้....ดี
เครื่องเล่น ooDDoo มีฟังค์ชั่นการเล่นเพลงที่เนี้ยบ และน่าใช้ ออกแบบรูปทรงดีมากๆ
และที่สำคัญ เพลงที่จะเล่นกับเครื่องเล่นนี้ ต้องโหลดผ่านเวบของ ooDDoo ซึ่งมีเพลง
มากกว่าเวบ iTunes หลายร้อยเท่า เพราะมีเพลงทั่วโลก ให้ Search หา และโหลดไป
โดย Format ของตัว mp3 ที่โหลดจากเวบ ก็จะมีความละเอียดระดับ insane (320 bps)
โหลดกันได้ไม่จำกัด เพียงซื้อเครื่อง ooDDoo มา แล้ว connect ผ่าน Computer
แล้วเอา Computer ต่อเข้าเน็ต โหลดได้ชู้ดๆ ที่สำคัญ คือ ลูกค้าโหลดฟรี เสมอ
ทีนี้ คำถาม ศิลปินได้อะไร
ooDDoo มีฟังค์ชัน ในการดึงจำนวนการฟังของลูกค้าในเครื่อง ooDDoo ของตัวเอง
นั่นคือ เช่น ถ้านายก โหลดเพลงของ Sonic Youth แล้วฟังเพลง Teenage Riot
ไป 100 เที่ยว
ทุกๆเที่ยวจะถูกนับ (โดยฟังต้องฟังแบบไม่ Fast forward และฟังครบตั้งแต่วินาที 0
ถึง วินาทีสุดท้าย)
ทาง ooDDoo จะจ่ายให้ Sonic Youth สำหรับเพลงนี้ รอบละ 0.01 Cent
นั่นคือ ทางบริษัทกลาง ooDDoo จะจ่ายให้ Sonic Youth 1 Dollar
ข้อดีของระบบนี้คือ ลูกค้าจะเสียแค่ค่าเครื่อง แต่ content ฟรี โหลดได้ฟรีเสมอ
แต่ถ้าโหลดแล้วไม่ฟัง โหลดไปเก็บ ศิลปินก็จะไม่ได้เงิน
บริษัทผู้ขาย จะมีจุดขายคือ Store ที่ใหญ่มากๆ คือศิลปิน จะเอาเพลงมาลงที่นี่ได้ง่ายมาก และได้เงินจากการถูกฟัง
ข้อดีอีกอย่าง ทางเวบ ooDDoo จะสามารถจัดอันดับเพลงฮิตต่างๆ ได้ง่ายดาย จากการดูการฟังเพลงของลูกค้า
คำถามคือ บริษัทตัวกลางจะรับภาระจ่ายเงินค่าฟังของลูกค้าของตนไหวไหม
คำตอบคือไหว เพราะศิลปินที่อยากให้งานตัวเองถูกโหลดไปฟัง และอยากมีอันดับเพลงสูงๆ
ก็จะขอลงโฆษณาในเวบ ทำให้ ooDDoo ได้เงินค่าโฆษณาจากศิลปินที่เอางานมาปล่อยอีกด้วย
และเพราะเครื่องนี้ ซื้อแล้วโหลดเพลงได้ตลอดไปฟรีแบบถูกต้องตามกฎหมาย เพราะศิลปินได้เงิน
เครื่อง ooDDoo ที่ให้คุณภาพของเสียงดีกว่า iPod มีฟังค์ชันเหนือกว่า iPod และ Design เจ๋งกว่า iPod
ก็จะขายดีทำยอดถล่มทลาย และทลายกำแพงโง่ๆที่ห้ามซื้อเพลงข้ามประเทศที่ ปัญญาอ่อน iPod กั้นไว้
เราอยู่ไทย อาจสามารถโหลดเพลงจาก ธิเบต โดยศิลปินชาวธิเบตนั้น จะได้เงินจากการฟังของเราด้วย
(โดย ooDDoo มีหน้าที่จ่ายให้ศิลปินผู้นั้น)
สุดยอดครับ
แต่มีจุดอ่อนอยู่เหมือนกัน... คุณว่าคืออะไร?
กันยายน 24, 2551
รีบ
วันนี้พิมพ์เร็วรีบ เพราะอีกหนึ่งนาทีต้องไปประชุม
ชีวิตช่างแสนกลุ้ม มีประชุมตอนงานตรึม
คนเราเกิดมาแล้ว คงไม่แคล้วต้องมีซึม
ชาตินี้ขอให้รัก อยู่คู่เรา ไม่มีลืม...
ไปละ
ชีวิตช่างแสนกลุ้ม มีประชุมตอนงานตรึม
คนเราเกิดมาแล้ว คงไม่แคล้วต้องมีซึม
ชาตินี้ขอให้รัก อยู่คู่เรา ไม่มีลืม...
ไปละ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
