เมษายน 08, 2551

Naming of a Storm in my view...

ฟังทั้งอัลบั้มแล้วครับ
รู้สึกชอบในความคิดสร้างสรรค์ที่โปรดิวเซอร์กระชายและปริน พยายามสร้างมันออกมา ผมรู้สึกว่าพวกเขารักงานชิ้นนี้มากๆ จับได้จากรายละเอียดต่างๆที่ยิบย่อยเหมือนดาวบนฟ้าเลยทีเดียว
แต่โดยความชอบส่วนตัวแล้ว มีข้อที่ผมตินิดหน่อยครับ คือ ผมชอบให้เสียงบางอย่างมี Pattern ที่แน่นอน ถ้าผมเป็น Producer ผมจะให้ความสำคัญกับส่วนนี้มากๆ เช่น เสียงร้อง เสียงกลอง เสียงกีตาร์ การบันทึกควรให้มีเสียงที่เป็นสำเนียงเดียวกันทั้งหมด ทั้งอัลบั้ม เป็นเนื้อเดียวกันจึงรู้สึกขัดนิดหน่อยกับการที่เสียงร้องเพลง Welcome Home กับ Our First Day Will Come Again มีการ ใส่ Echo ให้กับเสียงร้องนำ โดดออกจากเพลงอื่นๆทั้งหมด(ผมชอบเสียงที่ไม่ใส่ Echo ของพี่คุ่นมากกว่าแบบมี Echoครับ) ข้อนี้ ทำให้ดนตรีภาพรวมทั้งอัลบั้ม ดูไม่ค่อยเป็นเนื้อเดียว (อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวครับ บางคนอาจเห็นว่าสิ่งนี้เป็นการสร้างสีสรรค์ให้กับทั้งอัลบั้ม)
อีกส่วนที่ผมรู้สึกเสียดาย คือ Line ประสานเสียงร้อง เพราะเพลงแนวที่ผมชอบเนี่ย จะได้รับอิทธิพลจากเพลงที่เน้นเสียงร้องประสาน อย่าง The Beach Boys, The Beatles หรือ Weezer ก็แล้วแต่ การประสานเสียงมีส่วนสำคัญต่อเพลงไม่แพ้เสียงร้องนำเลย หลายๆเพลงถูกตัดพาร์ตที่เป็นเสียงประสานไปอย่างน่าเสียดาย เสียงร้องเมโลดี้เดียวกันเป๊ะ แต่คนนึงร้องสูง คนนึงร้องต่ำเนี่ย คืออีกเสน่ห์หนึ่งที่ Weezer ใช้ในงานชุดแรก (The Blue Album) ซึ่งผมชอบมาก
มาถึงส่วนสุดยอดในอัลบั้มชุดนี้บ้างครับ ผมว่าดนตรีของเพลง Lie to me once more ช่างกล้ามาก ฟังมั่วแต่ไม่มั่ว เหมือนเพลงที่ผมชอบเล่นเลย (จริงๆของผมนี่มั่ว ไม่ได้แกล้ง ฮ่าๆ)ลูกเล่นแพรวพราวมาก และดูเหมือนจะจงใจเล่นโน้ตไม่ถูกคีย์ด้วย อันนี้ขอใช้คำว่าช่างกล้า เพราะว่าจริงๆแล้วโปรดิวเซอร์แม่นมากๆกับเสียง ที่ยอมให้เสียงผิดคีย์ ออกมาแบบตั้งใจนี่แสดงว่าไอเดียกระฉูดครับ แม้แต่เสียงประสานเพลง Mr.Passerby ที่ผมไปอัดใหม่ พบว่า เสียงมันยังเป็นแบบผิดคีย์เหมือนในเดโมนี่ :P แสดงว่า โปรดิวเซอร์เลือกใช้เสียงจากเดโมคงต้องการอารมณ์มากกว่าความถูกต้องของดนตรี
เพลงที่ผมรู้สึกว่าเหมือนกับ Demo มากที่สุด น่าจะเป็น Bad Bangkok Blues กับ Me in the Dark อืม Danger ก็เหมือนแฮะ แต่พี่คุ่นร้องไม่มี Pattern ได้สะใจมากทำให้จับทางไม่ถูก เข้าทางพี่คุ่นเลย ฮ่าๆ ดีครับ
เพลงที่ผมเสียดายที่สุด น่าจะเป็น My Morning Moon เพราะว่า เป็นเพลงที่มีความหมายส่วนตัวสำหรับผม จริงๆอยากให้ออกมาเหมือนเดโม (หมายถึงเมโลดี้ และ Tempo) ก็เป็นการตีความดนตรีใหม่เพื่อให้ไม่เหมือนเพลงอื่นๆอีกหมื่นล้านเพลง (แต่ข้อเสียของเพลงผมคือ ฟังแล้วจะรู้สึกว่าเหมือนเคยฟังมาก่อน เพราะอะไรเหรอครับ เพราะผมไม่สามารถทนเล่นเพลงที่ไม่เพราะได้ และเพลงที่เพราะก็มักเป็นเพลงที่เคยเกิดขึ้นในโลกนี้และผมชอบ และฝังหัว โดยไม่รู้ตัวว่าเพลงที่เราแต่ง ไปมีส่วนเหมือนกับเพลงอื่นๆอีกหมื่นล้านเพลง) ข้อนี้ละมั้งที่ทำไมผมถึงชอบ Sonic Youthเพราะพวกเขาทำในสิ่งที่ผมไม่สามารถทำได้ คือมีความสุขกับเพลงที่ไม่เน้น melody ความไพเราะ แต่การแสดงสดของพวกเขา ทำให้ผมรู้สึกว่าพวกเขา "อิน" กับเพลงตัวเองมากแค่ไหน (ไม่น่าเชื่อ!)
ถึงอย่างไร การได้ทำงานเพลงในห้องอัด ทนหลังแข็งถ่างตาอัดเพื่อให้ได้เสียงที่ใช่ จัดไมค์ที่ถูกนี่ เป็นอะไรที่ผมไม่มีวันลืมเลยจึงขอบอกว่า ยังไง งานนี้ก็เป็นงานที่ผมรักมาก ไม่ว่าจะออกมาเป็นไงก็รักครับ เพราะเป็นงานที่คนทำตั้งใจให้งานออกมาดีคนทำทุ่มเทให้ความรักกับผลงาน มากกว่าเพื่อหวังผลทางการค้า (จริงๆผมเชื่อแบบที่พี่ต้อมเป็นเอกเชื่อในงานหนังของเขา คืองานหนังของเขามันขาย คนจะชอบ มัน mass แต่...จริงป่าวหว่า ฮะๆ) งานนี้จัดว่าเป็นงานที่สร้างสรรค์มากๆ มีไอเดียร์ให้เงี่ยหูฟังได้ไม่รู้เบื่อ และฟังกี่รอบๆ เพลงก็ยังน่าฟังเสมอครับ... :)

เมษายน 04, 2551

งานคงค้าง

งานคงค้างอยู่ในไฟล์เล็กๆ ที่ Desktop ว่า "task3.txt"
ข้างในบรรจุงานที่เหลือที่ทำไม่เสร็จซะทีอยู่หลายอย่าง
ในใจคิดว่า ทำเพื่อทำ คือไม่ต้องมองถึงผลที่จะได้ หรือ อนาคต
ทำวันนี้ ทำเพื่อทำ Action for Action
หาความสุขกับปัจจุบัน ทำในสิ่งที่ทำอย่างชื่นมื่น

ว่าแล้วก็ใกล้ได้ฟัง CD เต็ม The Typhoon Band แล้ว

(ว่าแต่ ผมเป็นคนทำเพลงในอัลบั้มนี้ด้วย แต่ทำไมผมได้ฟังหลังคนที่ซื้อในงาน
หนังสือล่ะ 55)

มีนาคม 17, 2551

คำแถงการณ์ของดร.สักพงศ์

555 แล้วตอนนั้น ดร. ดร กำลังทำไรอยู่ อาจจะกำลังตรวจสอบความเรียบร้อยขั้นสุด
ท้าย ของอัลบั้มที่ 4 ของวง HYB ก่อนปล่อยลงเว็บให้ Member มา Download.



อืม เคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนึงนานแล้ว (นายอาจเคยอ่านก็ได้)

เป็นเรื่องของมนุษย์ต่างดาวคนนึง ที่ดาวบ้านเกิดเขาแตกดับไปแล้ว แต่เขาเป็นคน
เดียวที่หนีออกมาได้ก่อน ด้วยยานที่ไปได้เร็วกว่าแสงและกล้องโทรทัศน์ที่มีกำลัง
ขยายอภิมหาศาล

สิ่งที่เขาทำก็คือ คอยวิ่งตามแสงในอดีตที่ออกมาจากดาวนั้น แล้วเอากล้องโทรทัศน์
ของเขาส่องดูตัวเขาและคนรักของเขาที่เคยใช้ชีวิตด้วยกันก่อนที่ดาวจะแตกดับ



ฉะนั้นถ้าเราสามารถเดินทางออกจากโลกไปจนทันแสงที่ออกจากโลกไปแล้วเป็นเวลากว่า
2551 ปี แล้วใช้กล้องโทรทัศน์ที่มีกำลังขยายอภิมหาศาลส่องดูแสงนั้น เราจะเห็น
พระพุทธเจ้าและอริยะสัจ 4 ฉบับ Original ได้ !!!

ภาพอดีต

ภาพสะท้อนจากแสงตกกระทบวัตถุ และฉายกลับมาที่ประสาทตา
ภาพสิ่งที่เกิด จะเดินทางมายังประสาทตาเราด้วยความเร็วแสง ภายหลังสะท้อนวัตถุ
แล้ว
ความเร็วแสงโดยประมาณคือ 3*10^8 m/s (ถ้าจำไม่ผิด)

ปี พศ 2560 ดร. สักพงศ์ สาขา ฟิสิกส์ควอนตัม ผู้ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบ
ทฤษฎีสนามรวม
ได้สร้างกล้อง v-tron ขึ้น เป็นการเร่งความเร็วอนุภาคให้มีความเร็วสูงกว่าแสง
ถึง infinity เท่า (วัดไม่ได้แต่เร็วกว่ามากๆๆๆ)
กล้องนี้จะวิ่งไปสะท้อนนอกโลก แล้วนำภาพกลับมา ภาพที่ได้คือภาพที่เกิดขึ้นไป
แล้วในอดีต

และสิ่งที่ดร. ผู้นี้ค้นพบคือ.... อริยะสัจ 4!

มีนาคม 13, 2551

หิวววววววว

ผมหิว
ความหิว ทำให้ผมคิด
ผมคิดจะกิน
เมื่อผมหิว ผมก็คิดจะกิน
ไม่พอเท่านั้น
ท้องผมปั่นป่วน
เพราะร่างกายต้องการอาหาร
แต่พลัน...เงินในกระเป๋า
ไม่พอยาไส้!

ในวันที่เพื่อนที่ดีที่สุดคือสิ่งที่มองไม่เห็น

คงมีซักครั้ง ความรู้สึกลึกๆ อยากไม่มีตัวตนในสังคม
ทำอะไรแบบไม่ต้องมีคนรับรู้ อยู่ลำพังเงียบๆ
ต้องการเพียงกำลังใจจากความเงียบเหงา ที่ไม่ต้องมีความจริงเป็นตัวประกอบ
ความทุกข์ที่เกิด ผ่อนคลายลงด้วยความคิดที่ว่า มีแสงสว่างเล็กน้อยเป็นเพื่อน

ในห้องประชุมใหญ่ ประถมปลาย จิตใจแหลกสลาย
มีเพียงมิกกี้เมาส์ที่ลอยไปมาในห้องประชุมนั้นเป็นเพื่อน พูดคุย จริงใจ
ในห้องประชุม ความทุกข์ และการปราศรัยบางอย่าง ยากที่จะจำได้
แต่ที่ไม่เคยลืม เพื่อนที่มองไม่เห็น ที่อยู่เคียงข้าง ... ที่จริงใจ

มีนาคม 04, 2551

อวสานเซลส์แมน Live Concert CD ปี 2546

เมื่อวานไปเดิน B2S ตอนพาลูกไปเที่ยงห้างเซ็นทรัลพระราม 3
พลันเห็น DVD คอนเสริต ของน้องๆวง อวสานเซลส์แมนเข้าให้
ด้วยความที่ พวกเขา Produce งานของ the typhoon band
ทำให้อยากรู้ว่าเวลาออก Concert จะเป็นอย่างไร เลยตัดสินใจซื้อมาดู
พบว่า "ตั้ม" พิสุทธิ์ ตีกลองให้ และตีได้ดีด้วยครับ!

ปล. 230 บาท ... น่าเก็บสะสม ยังมีขายอยู่นะ B2S พระราม 3 ครับ

มีนาคม 03, 2551

หน้ากาก

คนที่เผชิญหน้ากับคนที่ใส่หน้ากากหนาแน่นปิดกั้นหมกเม็ดความคิดจริงๆที่อยู่ในใจ
จะต้องทำตัวอย่างไรให้ไม่รู้สึกว่ากำลังต่อสู้กับคนที่ไม่จริงใจ
ตอนอยู่ด้วยกันพูดจาดี ให้เรารู้สึกดี คล้ายกับว่าไม่ได้คิดร้าย
แต่พออีกทีกลับไม่ดีจริงอย่างที่พูดไว้ เราจะต้องทำอย่างไร?

วง

การจะทำวงดนตรีขึ้นมาสักวง สำหรับผม เพื่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
วงอย่าง suede อาจประกาศหาสมาชิกวงทางหนังสือพิมพ์
แต่สำหรับผม ความเป็นวง ควรมาจากความสนิทสนม และเป้าหมายในชีวิตคล้ายๆกัน
ออกอัลบั้มสำเร็จสักอัลบั้ม ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นการร่วมมือกันทำงาน ฝึกฝน
แต่งเพลง
ใช้ชีวิตร่วมกัน ในการสร้างสรรค์งานแบบเป็นทีม ทั้งนี้ทั้งนั้น ย่อมมีอุปสรรค
คนที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ดีกว่า นำมาถึงวันที่ได้ยืดอกอย่างภาคภูมิกว่า
คนที่ท้อแท้ นั่งมองคนอื่นเดินไปข้างหน้า แต่ไม่ก้าวขาไปพร้อมๆกัน

ความฝันกับความจริง มีสิ่งที่ร่วมกันอยู่เสมอ .. นั่นคือ ความสุข