นั่งนิ่ง นึกภาพเก่า มะริกา เมืองเก่าที่เคยอยู่
นึกถึงชายทะเล Bridgeport ยามหน้าหนาว ลมแรงพัดกลิ่นไอเกลือจากน้ำทะเลเข้าปะทะใบหน้า หรือโรงยิมที่มหาวิทยาลัย และคนดูแล (ฝรั่งไว้หนวดอายุพอควร(แก่)) สระน้ำอุ่น ขนาดมาตรฐาน ยาวพอดีๆ ที่ห้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ชาย มีแต่คนแก้ผ้าอาบน้ำกันไม่อายฟ้าดิน โตงเตงไปมา (แต่ห้องหญิงไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยเข้าไป) ร้านอาหารจีน ที่รสชาติไม่ดี เน้นปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพ อาหารแต่ละอย่างมันๆทั้งนั้น แต่กินทีไรก็อิ่มทีนั้น เพราะเยอะจัด เมนูที่สั่งบ่อยคือ ข้าวไข่เจียวกุ้ง ราดน้ำซ้อสข้นๆเหนียวๆ อร่อยดีนะครับ ไม่คิดว่าจะได้กินไข่เจียวที่อเมริกาจากร้านอาหารที่ไม่ใช่อาหารไทย เพราะไข่เจียว คนอเมริกาไม่ทำกิน เขาทำ แสครมเบิลเอ้ก หรือไข่คน เอาไข่มาตีๆ เละๆ ไม่ใช่ไข่เจียว รสชาติก็ไม่อร่อยเท่าด้วย
คิดถึงร้านขายซีดี ที่ชอบไปแวะเรื่อยๆ ก็มี บาร์น แอน โนเบล กับเบสต์ บาย หรือไกลหน่อย ก็ไป ทาวเวอร์ เรคคอร์ด ซึ่งจะมีซีดี เพลงที่หายากๆหน่อยเยอะ
คิดถึงเจ้ารถ ฟอร์ด เอสคอร์ต อายุ 10 ปี มือสอง ที่ซื้อต่อจากเจ้าของที่เป็นคนแก่ จำไม่ผิด ซื้อมา 2,600 เหรียญ มั้ง (หรือมากกว่านั้นนิดหน่อย) รถคันนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ใช้มันเยอะคุ้มสุดๆ สภาพมันก็จะผุๆหน่อย จำได้เลย ตอนหุยมาเที่ยวครั้งที่สอง ขับมันไปรับหุยที่สนามบิน เจเอฟเค ปรากฏว่า ขากลับ ดันเสียกลางทาง บนทางไอ นายตี้ไฟฟ เสียนี่ (I-95) ตอนนั้น เครียดเลย เพราะเพื่อนคนไทยก็ไม่อยู่พอที่จะช่วยเหลือ ต้องติดต่อรถลากเอง หาที่พักชั่วคราว รอให้รถซ่อมเสร็จ เสียไปหลาย ยังดีที่ได้เพื่อนชาวไต้หวันที่ชื่อโจ (มู หมิง หลิน) ขับมาเป็นสารถี พาไปโน่นนี่ (ตอนหลังโจยืมเงินผมไป 500 เหรียญแล้วไม่คืน ก็ถือว่าเป็นค่าจ้างแล้วกันเนอะ T_T)
คิดถึงคาสิโน ที่ Connecticut มีสองแห่งที่เคยไป ชื่อ โมฮีแกน ซัน กับ อีกอันชื่อไรหว่า ลืมๆและ
คิดถึงสวนสนุก จำชื่อและเมืองไม่ได้แล้วอะ แต่ไม่ใหญ่มาก จัดตามเทศกาล จำได้ว่า พี่โอมชวนไปมั้ง ไม่แน่ใจ แต่ก็สนุกดี มีแบบ โยนตัวลงมาเหมือนบันจี้จัมพ์ด้วย แต่ไม่ได้เล่น (ทั้งแพง และไม่กล้า)
คิดถึงนิวยอร์ค อันนี้แน่นอน ขาดไม่ได้ เป็นเมืองที่อุดมไปด้วยความเจริญก้าวหน้า ทางศิลปะ และเทคโนโลยี ที่สำคัญ มีแหล่งให้ซื้อของหลากหลายมากมาย รู้สึกตัวเองโชคดีที่ได้มาเรียน ใกล้ๆ นิวยอร์คซิตี้ ถึงไม่ได้อยู่ในตัวเมืองก็ตาม แต่ถ้าเลือกได้ ก็คงไม่อยู่หรอก ให้อยู่ คงไม่ชอบ แต่ให้อยู่ใกล้ๆ มาเมื่อไหร่ ขับรถไม่เกินชั่วโมงเนี่ย ชอบ
คิดถึงเคปคอด (Cape Cod) ไปเที่ยวกับหุย ก่อนกลับเมืองไทย เมืองชายทะเลหรู สำหรับพวกคนรวยของอเมริกา ประทับใจไม่หายกับการเป็นกระเหรี่ยงเหลืองสองคน เข้าไปนั่งร้าน Lobster แบบบ้านๆ ที่อเมริกันมากๆ หรูหราแบบคนรวยอเมริกัน โดยไม่แคร์สายตาคนมอง (รู้สึกต่ำต้อยจัง แต่ก็มันดี) จำได้ว่า ตอนไป เป็นหน้าที่คนไปเที่ยวกัน คนเยอะมากๆ ไม่มีที่พัก สุดท้ายต้องกลับมาพัก ตีนสะพานทางเข้า Cape Cod เป็นเหมือนห้องแถวเล็กๆริมถนนสุดๆ
คิดถึงตอนไปเที่ยว whale watcher นั่งเรือไปไกล ลมเย็นตีหน้า ซื้อเบีย กระป๋องละ 5 เหรียญมั้ง นั่งถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ เป็นทริป ตอนไปเคปคอดแหล่ะ
คิดถึงตอนขับรถไปกว่า 3 พันกิโล เที่ยวทั่วลง Florida ขับรถไกลมาก ยาวมาก ง่วงมาก หลงทางก็มี ประทับใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดบ่อยๆในชีวิตนี้ เพราะคนเราย่อมมีโอกาสทำอะไรแบบนั้นไม่มาก ก็ชอบนะ เจ้าฟอร์ด เอสคอร์ด สีเขียวเก่าผุ ที่ได้รับการซ่อมแซมเปลี่ยนล้อ (โดยสิงโตเปลี่ยนให้) ทำให้มันวิ่งไหว ทั้งๆที่มันควรหอบสลบไปตั้งแต่ถึงน้ำตก ไนแองกาล่าแล้ว (วิ่งไปในแองกาล่า ก่อนวิ่งลงฟลอลิด้า) เป็นการขับรถที่ไกลที่สุดในชีวิตเท่าที่เกิดมาเลยครับ
ปล. วันนี้กล้อมแกล้มเอาแค่นี้ก่อนนะ วันหลังมาว่าต่อ
ธันวาคม 26, 2549
ธันวาคม 22, 2549
งานปีใหม่ประจำปี
วันนี้ ตอนเย็น ที่บริษัทจะจัดงานปีใหม่
สถานที่จัดคือชั้น 30 ของอาคาร
ดีจัง ได้กินฟรีอีกละ :P
แต่สงสัยต้องขึ้นไปเขย่าไข่ด้วยแฮะ
(ไม่น่าหาเรื่องเลย)
สถานที่จัดคือชั้น 30 ของอาคาร
ดีจัง ได้กินฟรีอีกละ :P
แต่สงสัยต้องขึ้นไปเขย่าไข่ด้วยแฮะ
(ไม่น่าหาเรื่องเลย)
ธันวาคม 21, 2549
ลูกสาวอึไม่ออก
น้องเฟย์สุดที่รักของผม อึไม่ออกครับ ท้องผูก ทำไงดี ให้ทานนมแม่ด้วยนะ ไม่ใช่นมผงอย่างเดียว เนี่ย คุณหมอที่รพ กรุงเทพ ให้ผสม นมญี่ปุ่น กับนมที่ใช้ (แพงกว่า) อย่างละครึ่งๆ ก็เพิ่งลองดู ไม่รู้จะช่วยปล่าว สงสารลูก อายุเพิ่งสองเดือนหนึ่งวัน ก็ต้องท้องผูก ไม่อึทุกวันเสียแล้ว T_T
ธันวาคม 20, 2549
นางฟ้า
นางฟ้า เปิดปีก แผ่ปีก ปกคลุม ผมยาว
บินร่อนลงมา สู่พื้นดิน ที่ผมเหยียบย่ำ
เธอยื่นมือให้ผม ผมคว้ามือเธอมาจับ
ลากมือเธอมากุมที่หัวใจ
ผมอยากให้เธอพาผมบินไปบนฟ้า
อยากให้เธอโอบกอดผม ไร้อาภรณ์ใด
ฟ้าเปลี่ยนแปลง เปิดทางสู่สวรรค์
เราโผบินขึ้นไปสู่สวรรค์
ความรักของผมกับนางฟ้า เปิดฉากขึ้นบนนั้น
และจบลงเมื่อเราสองคนไปถึงสวรรค์
และเธอพาผมลงมาสู่พื้นดินอีกครั้งอย่างปลอดภัย
บินร่อนลงมา สู่พื้นดิน ที่ผมเหยียบย่ำ
เธอยื่นมือให้ผม ผมคว้ามือเธอมาจับ
ลากมือเธอมากุมที่หัวใจ
ผมอยากให้เธอพาผมบินไปบนฟ้า
อยากให้เธอโอบกอดผม ไร้อาภรณ์ใด
ฟ้าเปลี่ยนแปลง เปิดทางสู่สวรรค์
เราโผบินขึ้นไปสู่สวรรค์
ความรักของผมกับนางฟ้า เปิดฉากขึ้นบนนั้น
และจบลงเมื่อเราสองคนไปถึงสวรรค์
และเธอพาผมลงมาสู่พื้นดินอีกครั้งอย่างปลอดภัย
หนังเรื่องแรกที่ดูกับแฟน
จำได้ไหม ว่าคุณดูหนังเรื่องแรกกับแฟนคุณเรื่องอะไร
แฟนคนแรก แฟนคนที่สอง .. แฟนคนปัจจุบัน
กับแฟนคนแรก "Toy Story"
แฟนคนที่สอง (ภรรยา) "Titanic"
ใครจำเรื่องพวกนี้ได้ ผมคิดว่า เป็นคนความจำดี
และก็เป็นคนโรแมนติกดีนะครับ
หมั่นรักษาสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่เกี่ยวกับคู่ชีวิตของคุณ
กันเถอะครับ
แฟนคนแรก แฟนคนที่สอง .. แฟนคนปัจจุบัน
กับแฟนคนแรก "Toy Story"
แฟนคนที่สอง (ภรรยา) "Titanic"
ใครจำเรื่องพวกนี้ได้ ผมคิดว่า เป็นคนความจำดี
และก็เป็นคนโรแมนติกดีนะครับ
หมั่นรักษาสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่เกี่ยวกับคู่ชีวิตของคุณ
กันเถอะครับ
ธันวาคม 19, 2549
มองไปบนนั้น
ผมได้ยินเสียงร้องเรียกจากปุยเมฆที่ลอยอยู่ข้างบนนั้น
เสียงที่ว่าเป็นเสียงของเธอ
ผมยกมือโบกไปมา ให้เธอรู้ว่าผมอยู่ที่นี่เสมอ
เธอมองลงมาจะเห็นผมเสมอ ผมเงยหน้ายิ้มให้กับท้องฟ้า
สายลมหน้าหนาวเดือนธันวาคม บอกผมว่า เธอสบายดี
ลมปะทะใบหน้า เสียงจอแจของรถยนต์บนถนน
ผมเดินเลียบทางเดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้สะพายเป้
ในหัวผมนึกถึงเธอ บนฟ้าไกล แสนไกล
ผมคิดถึงเธอตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
เธอคือคนที่อยู่ในใจผมเสมอ และผมจะพบเธอได้
เมื่อผมเงยหน้าขึ้นไป หรือเวลาที่สายลมพัดปะทะใบหน้า
เสียงเพรียกหาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ความเหงาที่เกิดจากภาพไม่ได้ปรากฎให้เห็นจริง
เรายังคงว่ายเวียนในกองทุกข์
ไฉนเลยจะเข้าใจถึงความสุขได้
ผมหลับตาลง หยุดเดิน ดึงหูฟังออกจากหู เอามือปาดน้ำตา
"เราไม่มีวันลืมเธอ"
ผมคิด...
เสียงที่ว่าเป็นเสียงของเธอ
ผมยกมือโบกไปมา ให้เธอรู้ว่าผมอยู่ที่นี่เสมอ
เธอมองลงมาจะเห็นผมเสมอ ผมเงยหน้ายิ้มให้กับท้องฟ้า
สายลมหน้าหนาวเดือนธันวาคม บอกผมว่า เธอสบายดี
ลมปะทะใบหน้า เสียงจอแจของรถยนต์บนถนน
ผมเดินเลียบทางเดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้สะพายเป้
ในหัวผมนึกถึงเธอ บนฟ้าไกล แสนไกล
ผมคิดถึงเธอตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
เธอคือคนที่อยู่ในใจผมเสมอ และผมจะพบเธอได้
เมื่อผมเงยหน้าขึ้นไป หรือเวลาที่สายลมพัดปะทะใบหน้า
เสียงเพรียกหาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ความเหงาที่เกิดจากภาพไม่ได้ปรากฎให้เห็นจริง
เรายังคงว่ายเวียนในกองทุกข์
ไฉนเลยจะเข้าใจถึงความสุขได้
ผมหลับตาลง หยุดเดิน ดึงหูฟังออกจากหู เอามือปาดน้ำตา
"เราไม่มีวันลืมเธอ"
ผมคิด...
ธันวาคม 18, 2549
ความทรงจำ...โปรเจค...หลักประกัน
ผมถูกมอบหมายให้ดูเรื่องใหม่
.................................................
วันนั้น จำได้ว่า ถูกเรียกไปประชุมเรื่อง
ระบบหลักประกัน หรือ คอลแลตเทอรอล
ไม่กี่วัน หลังจากเฟสสอง โกไลฟ ไป
ฝรั่งถูกเชิญมา ผมเข้าไปฟัง ฝรั่งอธิบาย
เขาพยายามทำให้ระบบมาตรฐาน มาประยุกต์
เพื่อลดจำนวนการสร้าง หรือคัสตอมไมซ์ลง
โดยพยายามจับนู่นผสมนี่เข้าด้วยกัน
ผม ตอนนั้น ยังใหม่อยู่ ก็ได้แต่งงๆ
ไม่ค่อยเข้าใจ สิ่งที่ฝรั่งพูด
แต่สรุปท้ายสุด เราไม่ใช่ระบบมาตฐานเดิม
แต่เราจะสร้างมันใหม่ทั้งหมด เรียกว่าสร้างทุกอย่าง
กันใหม่หมดเลย ตั้งแต่แบคจนฟรอนท์ (หน้าจอ)
ตามเทคนิคอลเสป๊ก ที่ได้มาเมื่อหลายปีก่อน
ก่อนที่ผมจะเข้ามาทำงานที่นี่อีก ผมออกแบบสร้าง
ฐานข้อมูลใหม่ สำหรับรองรับความต้องการของระบบ
ที่มีความสัมพันธ์แบบ เมนี่ ทู เมนี่
โดยการช่วยเหลือของน้องๆทีมโปรแกรมมิ่ง
ได้แก่ หนิง ภาคย์ (และน้องพงศ์ที่เข้ามาช่วยทีหลัง)
เราค่อยๆพัฒนาโปรเจคกันอย่างรีบเร่ง เพราะมีกำหนดการณ์
ชัดเจนตามแผน
จึงเป็นเรื่องปกติที่การทำงานของเรา เลิกงานกันเกือบเที่ยงคืน
เป็นการทำงานที่ดึงเอาชีวิตของพวกเราไปอย่างมาก
จำได้ว่า วันที่จะส่งระบบขึ้นทดสอบ คืนนั้นทั้งคืน ไม่ได้กลับบ้าน
หลับคาเก้าอี้เลย
อ้อ สิ่งที่ลืมไม่ได้เลย คือตอนทำงาน ผมเป็นคนประสานงาน
เพื่อนำระบบเก่ามาสร้าง คอยติดต่อ สอบถาม
และขอข้อมูลต่างๆ กับทางลูกค้า
เมื่อระบบเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง สิ่งต่อไปคือการคอนเวิรซข้อมูลเก่า
เข้ามาสู่ระบบ เพื่อสร้างข้อมูลใหม่ๆ
ปัญหาคือ การขึ้นระบบ จะไม่ทำแบบ บิ๊กแบง คือไม่เปลี่ยนทันที
ในวัน โกไลฟ์ เราจึงใช้วิธีการทำเป็น พาราเลล
หมายถึงว่า ให้ระบบเดิมยังทำงานอยู่ แต่จะมีการดึงข้อมูลจากระบบเดิม
เข้ามายังระบบใหม่ ด้วยวิธีการ อิมพอร์ตเข้ามาทุกวันเสาร์
โปรแกรมตัวอิมพอร์ต สร้างโดยมือโปรชาวอเมริกัน ชื่ออลัน (เก่งมาก)
โดยคนที่เขียนเทค เสป๊ก ให้กับชายแห่งตำนานผู้นั้น คือผมเอง
ผมได้รับมอบหมายแบบจรวดพุ่งปรี๊ด ไม่ตั้งตัว
หัวหน้าบอกว่า ตกลงใช้ไอเดียร์พาราเลลรันนะ ให้ผมทำเสปกด้วย
ผมก็ทำครับ และใช้เวลาไม่นาน ก็ได้โปรแกรมมา เรียกว่า แบทซิงค์
ยอมรับว่า การทดสอบแบทซิงค์ พบปัญหาและไม่พบปัญหา
จนบางปัญหา เราปล่อยให้ผ่านหลังโกไลฟ์จริงๆ แล้วมาแก้ทีหลัง
นับว่าการตรวจสอบซอฟต์แวร์นั้น ต้องละเอียดถี่ท้วนมากๆ
และคนทำควรรู้ว่า จะสร้างสภาพแวดล้อมอย่างไรให้สามารถ
ตรวจสอบทุกๆ กรณีได้ ซึ่งยากพอสมควรเลย แม้แต่คนที่เชี่ยวชาญ
ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมี "หลุด" นะครับ
หลังจากระบบขึ้นไปเป็นแบบพาราเลลแล้ว ยังมีปัญหาตามมา คือ
ข้อมูลที่ได้มาอยู่ในระบบใหม่จากการอิมพอร์ต กับข้อมูลที่เก็บจริง
ในระบบเดิม เมื่อเอกซแทรค ออกมาเพื่อนำไปใช้ต่อไป
มีค่าไม่เท่ากัน ต้องมีการแก้ไข เรียกว่า คลีนซิ่ง
เมนหลักในการคลีนซิ่ง มีผม ภาคย์ และพี่ไพรัช โดยมีหัวหน้าใหญ่เป็นผู้
ตามงานและให้ข้อคิดเห็นดีๆ ตลอดการทำงาน
จำได้ว่า ตอนช่วงคลีนซิ่งนั้น เป็นช่วงที่งานเริ่มเบา เพราะโปรเจค
ได้ขึ้นไปจนจะหมดแล้ว เรื่องหลักประกันนี่ ยังไม่เสร็จ เพราะยังพาราเลล
จึงทำให้ผม ภาคย์ มักทำงานกันต่อตอนที่เพื่อนๆที่ทำงานกลับกันแล้ว
มันเป็นความรู้สึกดีๆ เพราะงานถึงจะหนัก แต่เราเข้าใจว่าเราทำอะไร
มันคือคุณค่าของการทำงานครับ ได้แก้ไข ได้ช่วยเหลือ ได้จัดการ
จำได้ มีการซ่อมแซมระบบกันหลากหลายรูปแบบมากมาย
เรียกได้ว่า เจอมาเยอะ ลุ้นกันตลอด สนุกดีครับ
สิ่งที่ดีที่สุด ในที่สุดก็จบลงด้วยดี ผมคิดว่าผมภูมิใจกับมันมาก
ระบบนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นระบบที่ผมทำเองทั้งหมด ถ้าขาดแรง
กายและแรงใจของน้องๆ ที่ทำงานกันอย่างทุ่มเท มันคงไม่เสร็จลงด้วยดี
แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจ ที่ได้มีส่วนร่วมคิด ร่วมออกแบบ ร่วมเขียนโปรแกรม(บ้าง)
ผมจึงรู้สึกว่า โชคดีที่ได้ทำโปรเจคหลักประกันนี้ แม้ว่าเวลาดีๆนั้น
มักจะผ่านไปเร็ว ตอนนี้ผมก็ได้แต่หวังว่า จะมีโอกาสได้ทำงานดีๆแบบนั้นอีก
ปล. เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ผมได้ร่วมงานด้วย พวกเขายังอยู่ในความทรงจำ นอกเหนือ
จาก
ที่กล่าวไปแล้ว มีดังนี้ครับ
ฝั่งลูกค้า
พี่นัน - เจ้าของระบบเดิม ที่ผมประสานงานด้วยตั้งแต่เริ่มต้นทำ ให้ความร่วมมือ
ดี
แม้บางทีจะไม่ค่อย แต่ก็สบายใจที่ได้ทำงานด้วยเสมอครับ
พี่แจง - เจ้าของระบบเดิมที่มาดูแลแทนพี่นัน เพราะวันที่พาราเลล พี่นันก็ลาออก
:(
พี่เอก - ขาดไม่ได้เลยลูกค้าฝั่ง user ที่ให้ความร่วมมือเสมอๆ แถมยังส่งรูปดีๆ
มาให้ดู
(เพราะผมดันส่งไปให้ก่อน เนื่องจากส่งให้ผิดคน ทำให้พี่เค้านึกว่าผมชอบ Haha)
ฝั่งบริษัท
น้องๆ ที่ถนนศรี - ที่ให้ความร่วมมือ ตอนเกิดปัญหาเรื่องแบทซิงค์ และการคลี
นซิ่ง
พี่หลิ่ม พี่อุ๊ - ช่วยประสานงาน ช่วยทดสอบ ช่วย Fight ช่วยคิดวิธีทาง business
พี่จ๊วต - ผู้ให้ความสนับสนุนเสมอมา
.................................................
วันนั้น จำได้ว่า ถูกเรียกไปประชุมเรื่อง
ระบบหลักประกัน หรือ คอลแลตเทอรอล
ไม่กี่วัน หลังจากเฟสสอง โกไลฟ ไป
ฝรั่งถูกเชิญมา ผมเข้าไปฟัง ฝรั่งอธิบาย
เขาพยายามทำให้ระบบมาตรฐาน มาประยุกต์
เพื่อลดจำนวนการสร้าง หรือคัสตอมไมซ์ลง
โดยพยายามจับนู่นผสมนี่เข้าด้วยกัน
ผม ตอนนั้น ยังใหม่อยู่ ก็ได้แต่งงๆ
ไม่ค่อยเข้าใจ สิ่งที่ฝรั่งพูด
แต่สรุปท้ายสุด เราไม่ใช่ระบบมาตฐานเดิม
แต่เราจะสร้างมันใหม่ทั้งหมด เรียกว่าสร้างทุกอย่าง
กันใหม่หมดเลย ตั้งแต่แบคจนฟรอนท์ (หน้าจอ)
ตามเทคนิคอลเสป๊ก ที่ได้มาเมื่อหลายปีก่อน
ก่อนที่ผมจะเข้ามาทำงานที่นี่อีก ผมออกแบบสร้าง
ฐานข้อมูลใหม่ สำหรับรองรับความต้องการของระบบ
ที่มีความสัมพันธ์แบบ เมนี่ ทู เมนี่
โดยการช่วยเหลือของน้องๆทีมโปรแกรมมิ่ง
ได้แก่ หนิง ภาคย์ (และน้องพงศ์ที่เข้ามาช่วยทีหลัง)
เราค่อยๆพัฒนาโปรเจคกันอย่างรีบเร่ง เพราะมีกำหนดการณ์
ชัดเจนตามแผน
จึงเป็นเรื่องปกติที่การทำงานของเรา เลิกงานกันเกือบเที่ยงคืน
เป็นการทำงานที่ดึงเอาชีวิตของพวกเราไปอย่างมาก
จำได้ว่า วันที่จะส่งระบบขึ้นทดสอบ คืนนั้นทั้งคืน ไม่ได้กลับบ้าน
หลับคาเก้าอี้เลย
อ้อ สิ่งที่ลืมไม่ได้เลย คือตอนทำงาน ผมเป็นคนประสานงาน
เพื่อนำระบบเก่ามาสร้าง คอยติดต่อ สอบถาม
และขอข้อมูลต่างๆ กับทางลูกค้า
เมื่อระบบเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง สิ่งต่อไปคือการคอนเวิรซข้อมูลเก่า
เข้ามาสู่ระบบ เพื่อสร้างข้อมูลใหม่ๆ
ปัญหาคือ การขึ้นระบบ จะไม่ทำแบบ บิ๊กแบง คือไม่เปลี่ยนทันที
ในวัน โกไลฟ์ เราจึงใช้วิธีการทำเป็น พาราเลล
หมายถึงว่า ให้ระบบเดิมยังทำงานอยู่ แต่จะมีการดึงข้อมูลจากระบบเดิม
เข้ามายังระบบใหม่ ด้วยวิธีการ อิมพอร์ตเข้ามาทุกวันเสาร์
โปรแกรมตัวอิมพอร์ต สร้างโดยมือโปรชาวอเมริกัน ชื่ออลัน (เก่งมาก)
โดยคนที่เขียนเทค เสป๊ก ให้กับชายแห่งตำนานผู้นั้น คือผมเอง
ผมได้รับมอบหมายแบบจรวดพุ่งปรี๊ด ไม่ตั้งตัว
หัวหน้าบอกว่า ตกลงใช้ไอเดียร์พาราเลลรันนะ ให้ผมทำเสปกด้วย
ผมก็ทำครับ และใช้เวลาไม่นาน ก็ได้โปรแกรมมา เรียกว่า แบทซิงค์
ยอมรับว่า การทดสอบแบทซิงค์ พบปัญหาและไม่พบปัญหา
จนบางปัญหา เราปล่อยให้ผ่านหลังโกไลฟ์จริงๆ แล้วมาแก้ทีหลัง
นับว่าการตรวจสอบซอฟต์แวร์นั้น ต้องละเอียดถี่ท้วนมากๆ
และคนทำควรรู้ว่า จะสร้างสภาพแวดล้อมอย่างไรให้สามารถ
ตรวจสอบทุกๆ กรณีได้ ซึ่งยากพอสมควรเลย แม้แต่คนที่เชี่ยวชาญ
ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมี "หลุด" นะครับ
หลังจากระบบขึ้นไปเป็นแบบพาราเลลแล้ว ยังมีปัญหาตามมา คือ
ข้อมูลที่ได้มาอยู่ในระบบใหม่จากการอิมพอร์ต กับข้อมูลที่เก็บจริง
ในระบบเดิม เมื่อเอกซแทรค ออกมาเพื่อนำไปใช้ต่อไป
มีค่าไม่เท่ากัน ต้องมีการแก้ไข เรียกว่า คลีนซิ่ง
เมนหลักในการคลีนซิ่ง มีผม ภาคย์ และพี่ไพรัช โดยมีหัวหน้าใหญ่เป็นผู้
ตามงานและให้ข้อคิดเห็นดีๆ ตลอดการทำงาน
จำได้ว่า ตอนช่วงคลีนซิ่งนั้น เป็นช่วงที่งานเริ่มเบา เพราะโปรเจค
ได้ขึ้นไปจนจะหมดแล้ว เรื่องหลักประกันนี่ ยังไม่เสร็จ เพราะยังพาราเลล
จึงทำให้ผม ภาคย์ มักทำงานกันต่อตอนที่เพื่อนๆที่ทำงานกลับกันแล้ว
มันเป็นความรู้สึกดีๆ เพราะงานถึงจะหนัก แต่เราเข้าใจว่าเราทำอะไร
มันคือคุณค่าของการทำงานครับ ได้แก้ไข ได้ช่วยเหลือ ได้จัดการ
จำได้ มีการซ่อมแซมระบบกันหลากหลายรูปแบบมากมาย
เรียกได้ว่า เจอมาเยอะ ลุ้นกันตลอด สนุกดีครับ
สิ่งที่ดีที่สุด ในที่สุดก็จบลงด้วยดี ผมคิดว่าผมภูมิใจกับมันมาก
ระบบนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นระบบที่ผมทำเองทั้งหมด ถ้าขาดแรง
กายและแรงใจของน้องๆ ที่ทำงานกันอย่างทุ่มเท มันคงไม่เสร็จลงด้วยดี
แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจ ที่ได้มีส่วนร่วมคิด ร่วมออกแบบ ร่วมเขียนโปรแกรม(บ้าง)
ผมจึงรู้สึกว่า โชคดีที่ได้ทำโปรเจคหลักประกันนี้ แม้ว่าเวลาดีๆนั้น
มักจะผ่านไปเร็ว ตอนนี้ผมก็ได้แต่หวังว่า จะมีโอกาสได้ทำงานดีๆแบบนั้นอีก
ปล. เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ผมได้ร่วมงานด้วย พวกเขายังอยู่ในความทรงจำ นอกเหนือ
จาก
ที่กล่าวไปแล้ว มีดังนี้ครับ
ฝั่งลูกค้า
พี่นัน - เจ้าของระบบเดิม ที่ผมประสานงานด้วยตั้งแต่เริ่มต้นทำ ให้ความร่วมมือ
ดี
แม้บางทีจะไม่ค่อย แต่ก็สบายใจที่ได้ทำงานด้วยเสมอครับ
พี่แจง - เจ้าของระบบเดิมที่มาดูแลแทนพี่นัน เพราะวันที่พาราเลล พี่นันก็ลาออก
:(
พี่เอก - ขาดไม่ได้เลยลูกค้าฝั่ง user ที่ให้ความร่วมมือเสมอๆ แถมยังส่งรูปดีๆ
มาให้ดู
(เพราะผมดันส่งไปให้ก่อน เนื่องจากส่งให้ผิดคน ทำให้พี่เค้านึกว่าผมชอบ Haha)
ฝั่งบริษัท
น้องๆ ที่ถนนศรี - ที่ให้ความร่วมมือ ตอนเกิดปัญหาเรื่องแบทซิงค์ และการคลี
นซิ่ง
พี่หลิ่ม พี่อุ๊ - ช่วยประสานงาน ช่วยทดสอบ ช่วย Fight ช่วยคิดวิธีทาง business
พี่จ๊วต - ผู้ให้ความสนับสนุนเสมอมา
ธันวาคม 15, 2549
เสียงแห่งรัก
ได้ยินเสียงเพลง ไม่เบานัก แต่ไม่ดัง
ผมรู้ว่าสียงที่ว่าทำให้เห็นภาพอดีต
ที่รู้เพราะผมกำลังเห็น
ภาพเดิมนั่นเอง เธอ คนเดิม ที่เดิม
เสียงเพลงย้ำ วันที่เธอบอกเลิกกับผม
"เราไม่ชอบคนไม่เอาไหน เราอยากได้คนที่ดีกว่านี้"
เหตุผลสำคัญเลย สำหรับการบอกเลิก
ผมเสียใจไหม ไม่เสียใจ แต่ผมเจ็บใจ
ถ้าผมไม่เอาไหน เธอทำไมเลือกผมในตอนนั้น
"เรารักเธอนะ" เธอบอกผมวันที่เราคบกัน
เสียงเพลงจบลง ฝนก็ตกพอดี
ผมเดินออกไปตากฝน
ฝนเดือนธันวาคม มีด้วยหรือ
ไม่รู้เหมือนกัน ..รู้แต่ว่า ผมสบายใจแล้ว
ผมรู้ว่าสียงที่ว่าทำให้เห็นภาพอดีต
ที่รู้เพราะผมกำลังเห็น
ภาพเดิมนั่นเอง เธอ คนเดิม ที่เดิม
เสียงเพลงย้ำ วันที่เธอบอกเลิกกับผม
"เราไม่ชอบคนไม่เอาไหน เราอยากได้คนที่ดีกว่านี้"
เหตุผลสำคัญเลย สำหรับการบอกเลิก
ผมเสียใจไหม ไม่เสียใจ แต่ผมเจ็บใจ
ถ้าผมไม่เอาไหน เธอทำไมเลือกผมในตอนนั้น
"เรารักเธอนะ" เธอบอกผมวันที่เราคบกัน
เสียงเพลงจบลง ฝนก็ตกพอดี
ผมเดินออกไปตากฝน
ฝนเดือนธันวาคม มีด้วยหรือ
ไม่รู้เหมือนกัน ..รู้แต่ว่า ผมสบายใจแล้ว
ธันวาคม 11, 2549
ธันวาคม 08, 2549
mp3 player
เนื่องจากตอนนี้เครื่องเล่น mp3 จิ๋ว ที่ผมใช้ประจำ
iRivier iFP799 ให้ลูกสาวฟังกล่อมนอน ก็เลยไม่มีเครื่องใช้
ก็คิดว่าอาจซื้อใหม่อีกซักเครื่อง เอาไว้ฟังเวลาไปทำงาน
ก็หาๆข้อมูลดูครับ ไปดู ranking จากเวบ zdnet.com
iRivier iFP799 ให้ลูกสาวฟังกล่อมนอน ก็เลยไม่มีเครื่องใช้
ก็คิดว่าอาจซื้อใหม่อีกซักเครื่อง เอาไว้ฟังเวลาไปทำงาน
ก็หาๆข้อมูลดูครับ ไปดู ranking จากเวบ zdnet.com
http://reviews.cnet.com/Music/2001-6450_7-0.html?tag=more
ว้าว
Zune vs. iPOD vs. iRiver vs. Sony vs. etc....
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
