กุมภาพันธ์ 12, 2550

เพลง

เหลือเวลาอีกสามวัน
ก็จะถึงวันที่ 15 กพ
วันสุดท้ายที่จะส่งเพลง
เพื่อคัดเลือกไปลงใน
Typhoon caf? ครั้งล่าสุด

เพลงที่เขียน ต้องเกี่ยวกับ กิน
ผมเลยตั้งชื่อเพลงว่า
"รสรัก" หรือ "Taste of Love"

คืนนี้กลับบ้านจะรีบอัดครับ
แต่งเสร็จแล้ว
แต่รู้สึกเพลงมันจะขาดๆเกินๆ
ไม่ค่อยดีเท่าไร

อาจเพราะข้อบังคับต้องเกี่ยวกับกิน
มันเลยไอเดีย ไม่กระฉูดเท่า
เรื่องที่แล้ว คือ "หัว"

ใช่แล้ว เพลงออกไปจากหัวฉัน
ได้รับเลือกให้ลงเมื่อ caf? ครั้งก่อน
! ยังมีให้ฟังนะครับ
ไปดูได้

http://www.typhoonbooks.com


:)

กุมภาพันธ์ 09, 2550

ไม่มีทางรู้จักตัวเองจากตัวเองต้องให้คนอื่นมองลงมา

บางทีก็ต้องยอมรับ
ว่าคนเรามีความผิดพลาดตลอดเวลา
การมองเข้ามาที่ตัวเอง ใช่ว่าจะ"เห็น"เสมอไป

อย่างเช่น
"เพื่อน" ที่รู้จักกันมา ขอความช่วยเหลือกัน
คงอ่าน "สามก๊ก" มากไปหน่อย
คอยระวังทุกฝีก้าว .. ไม่ยอมเสียเปรียบ
(แม้แต่เพื่อน!)

คำตอบคือ "ไม่ให้" เพราะหามาลำบาก
อยากได้เหรอ ... ต้องไปหาเอง นะ.. เฟ้ย!

... เจ็บจริงๆ

หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างการไปกินกัน
มีการเหน็บแนมเรื่องการออกเงินค่าน้ำเล็กน้อย

... เจ็บจริงๆ

ไม่มีอะไรมาก ชีวิตก็เท่านี้
ไม่มีใครรู้ตัวเองจากการมองตัวเอง
ต้องให้คนอื่นมองมา แล้ว "อธิบาย" ความเป็นไป...

ประสบการณ์ สั่งสอนคน
ให้รู้จัก "ให้" แต่กับคนบางคน
ประสบการณ์สอนให้รู้จัก "ไม่ให้"

ก็แล้วแต่คนนะ :P

Jsk - สุดยอดซุปเปอร์ไซย่า

Jsk เป็นใคร

เขาคือซุปเปอร์ไซย่า ประจำองค์กรลับๆ

มาในมาดของคนแปลกๆ อิๆ

ตอนนี้ชอบตอบ comment (แต่ก่อนไม่เคย) ท่าทางจะว่างนะช่วงนี้ เฮ้อ



และสำหรับคุณที่บอกว่าผมเป็นสาวกคุณพี่สิบเด

ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร

แต่ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะ .. -_-"



ปล. Jsk จะแต่งงานเมื่อไหร่

เราจะได้เห็นกัน



(ไม่มีทางรู้เลย แม้แต่ email ต้อง track มั่วนิ่มตั้งนาน

กว่าจะเจอ ย้ายงานแล้วหายจ้อย



นี่หรือ... -_-")

กุมภาพันธ์ 08, 2550

บ่นบ้า

มีคนบ่นให้ฟัง..
"เราไม่อยากให้เขาแต่งงานว่ะ
........เขาจะแต่งงานแล้ว...
เราอยากให้เขาอยู่เป็นโสด
ตลอดไปเลยยิ่งดี
เราแม้จะไม่สามารถเป็นแฟนเขาได้
อย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นเขาเป็นของใคร
ไม่ต้องรับรู้ว่าเขาต้องเสียตัวให้ใคร
แม้เราจะแตะต้องไม่ได้
แต่อย่างน้อย เราก็เป็นคนที่สนิทกัน
เราอยากให้เขาเป็นแบบนั้นตลอดกาล"

เลยบอกไปว่า
"ลองคิดดูนะ ถ้ารักใครแล้ว
เราก็ต้องอยากเห็นเขามีความสุข
แม้แต่เรื่องเซ็ก เราก็ต้องรับได้
เพราะเวลามีเซ็ก มันสุขขนาดไหน
รู้อยู่แล้ว ไม่อยากให้เขามีเซ็กดีๆ
กับคนที่เขารักเหรอ"

มันบ่นต่อ
"จะบ้าเหรอ อยากให้คนที่เรารัก
ไปมีอะไรกับคนอื่นเหรอ"

เลยบอกไปว่า
"ไม่ใช่อยาก แต่อยากให้ปล่อยวาง
ความรักเป็นสิ่งสวยงาม
แต่ความรักไม่ได้นำมาซึ่ง
ความสมหวังดังใจเสมอไป
คนบางคนเท่านั้นแหล่ะ
ที่จะสมหวังในความรัก

และคนที่สมหวัง ก็ใช่ว่า
จะสามารถรักษาความสมหวังได้ตลอด
บางที คนที่เคยรักกันมาก
อาจเลิกคบกันแบบเด็ดขาด
อันนี้เป็นไปได้
แต่ถ้าเรามั่นคงในความรู้สึก
แม้ทางกายภาพจะไม่สมหวัง
แต่ในจินตภาพเราสมบูรณ์มากๆ
และวันหนึ่ง จินตภาพ อาจกลายเป็น
กายภาพ ก็เป็นได้ ขอให้จำไว้ว่า
รักที่ดี คือรักที่เห็นคนที่รักมีความสุข
ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม"

ยังไม่เลิกบ่น
"ก็จริงนะ แต่ยังไงก็ไม่ชอบ
วันนั้นคงเป็นวันที่น่าเศร้าที่สุดในชีวิตเลยว่ะ"

ผมเงียบ และมองไปบนฟ้า
"ยังมีเรื่องอีกมากมายในโลกที่ทำให้
คนบางคนเศร้าสร้อย"
ผมคิด

กุมภาพันธ์ 02, 2550

ความทรงจำผิดๆ ความเจ็บปวดที่ไม่จริง

วันนี้ผมคิด
ผมจำได้ หนังเรื่อง Final Cut
ใครยังไม่ได้ดู ลองหามาดูกัน
แสดงโดยโรบิน วิลเลี่ยม

ผมติดใจส่วนหนึ่งของเนื้อหา
ความทรงจำผิดๆ ทำร้ายเรา
ฝันร้าย ตลอดเวลา

(เนื้อหาสำคัญ)
พระเอกคิดว่าตัวเองฆ่าคนตาย
ตอนนั้น อายุน้อยมากๆ ประมาณ 6 ขวบมั้ง
ภาพที่ติดตาคือ เขาชวนเพื่อนคนหนึ่ง
เดินข้ามบ่อลึก ที่มีไม้เล็กๆพาด
เพื่อนตกลงไป เขาคิดว่าเขามีส่วน
เพราะเขาชวนเพื่อนให้เดินข้าม
ตามเขา ซึ่งข้ามไปได้

ภาพที่เห็น เลือดแดง เพื่อนนอนสลบ
(จะเรียกเพื่อนก็ไม่ถูก
เป็นคนที่รู้จักแบบสั้นๆ เจอกันแล้ว
ไปเล่นด้วยกัน)

คืออย่างนี้ ความจริงน่ะ
พระเอกชวนเพื่อนเล่นจริง
แต่พระเอกมันเก่ง มันข้ามได้
เพื่อนมันไม่เก่ง ท่าทางจะข้ามไม่ได้
มันเลยบอกเพื่อนว่า อย่าข้ามมาๆๆๆ

เพื่อนมันไม่ฟัง ก็เลยข้าม แล้วพลาด
ตกลงไปข้างล่าง

มันลงไปดู มันไปเตะกระป๋องสี
ทำให้สีเลอะพื้น และกางเกง

มันคิดว่าเป็นเลือด

ความทรงจำหลอกหลอน

...

กลับมาที่ผม

เมื่อสองวันก่อน ไปกินอาหารอีสาน
ผมคิดว่าผมลืมเอาตังค์ทอน
คือจ่ายแบงค์ 500 ไป ราคาอาหาร 240

ผมคิดว่าผมขาดทุน 260
เพื่อนผมให้ผมคิดดีๆ เพราะไม่น่าเป็นไปได้

ถ้าเพื่อนไม่พูดแบบนี้ ผมคงไม่ฉุกคิดคำนวณ
เป็นไปได้ว่าจริงๆแล้ว เขาคืนเงินผมแล้ว

ถ้าผมกลับฝังหัวแบบนี้
ผมจะเสียใจว่าเสียเงินไปฟรีๆ 260 บาท!

ทั้งๆที่ ในความเป็นจริงแล้ว
มันไม่มีอะไรเลย...

เนี่ยแหล่ะ

ผมเกลียดความเข้าใจผิด
ความเข้าใจผิดฆ่าคน
ทำร้ายเรา

เราต้องคุยครับ ต้องเคลียร์
ต้องเข้าใจ ต้องเข้าใจกันและกัน

มันถึงจะหมดปัญหาแบบนี้
เข้าใจผิด มันไม่ใช่แค่วันสองวันหาย

มันเป็นกรรมซ้อนกรรม กรรมที่เราคิดว่าผิด
แต่ความจริงอาจไม่มีอะไรเลย .. จริงๆนะ

มกราคม 23, 2550

One Minute

เกือบเลิกงานแล้ว แต่ไม่ได้ update nhephex blogspot นานแล้ว เลยเข้ามาเขียน
อะไรแก้กลุ้มบ้าง หวังว่าแฟนๆ ที่คิดถึงคงไม่ว่าอะไร เนื่องจากตอนนี้ไม่มีไฟ ไฟ
มันมอดดับแดดิ้นกระแด่วๆ เลยไม่คิดจะ update อะไร ปล่อยให้สายไฟแห่งความหวังมอด
แสงดับลง

ผมเป็นคนง่ายๆ ไม่ชอบคิดมาก แต่ตรงกันข้าม ผมคิดมากกับบางเรื่องจนถึงขั้น
หมกมุ่น ผมหมกมุ่นกับความรู้สึก กับคนบางคน กับสิ่งบางสิ่ง ไม่ใช่ทุกอย่าง และ
ไม่ใช่ตลอดเวลาครับ ก็หวังว่าซักวันจะหายไปเสียที หวังว่านะ

ตอนนี้ชีวิตสบายๆ มีลูกสาวน่ารัก มีภรรยาที่แสนดี ไม่มีอะไรต้องคิดมากอีกแล้ว
แต่กระนั้น บางอย่างที่ไม่เคยลืมก็ยังกลับมาวนเวียนในฝันทุกวันทุกคืน บางครั้ง
ก็มาแล้วมาอีก มาจนมันจะเป็น pattern of dream ไปแล้วเนี่ย กำ -_-"

มกราคม 06, 2550

รับบัตรคิว

สำหรับระบบบัตรคิว ผมประทับใจมาก
เรื่องบัตรคิวที่ไปรษณีย์ลาดพร้าว
เพราะอะไร ทำไมผมถึงชอบ

ผมชอบเพราะ logic ของเขา
ตัดค่าใช้จ่ายของการพิมพ์กระดาษบอกเบอร์
ตัดค่าใช้จ่ายการคำนวณเวลา"รอ"
การ match ของเลขคิว กับเลขที่เรียก
ไม่ต้องการการรับรู้ว่า เลขที่คนเอาไปนั้น
ถึงคนที่เท่าไรแล้ว ในฝั่งเจ้าหน้าที่

ทำไมเขาถึงทำได้
ง่ายมากโดยหลักการ แต่ผมว่า ... ฉลาดแท้
มันคือ... ให้ใช้เลขคิวเนี่ยเป็น บัตรแข็งธรรมดาๆครับ
เอามา reuse ได้เรื่อยๆตราบที่ต้องการ (ถ้า
ลูกค้าไม่ทำมันหายไปก่อนนะ อันนั้นช่วยไม่ได้)

จากนั้น ทางฝั่งเจ้าหน้าที่เนี่ย จะกดไปเรื่อยๆ
โดยไม่สนใจว่า บัตรเนี่ย ถูกหยิบถึงเบอร์อะไรแล้ว
เพราะที่จริงแล้ว ไม่ต้องรู้ก็ได้ เพียงแต่เราต้องรู้ว่า
Running number ของบัตรคืออะไร
เราก็กดไปเรื่อยๆ หน้าจอก็เรียกไปเรื่อยๆ
ไม่จำเป็นต้อง sync กัน

ระบบนี้ ผมเลยของเรียกว่า ระบบบัตรคิวแบบ
Asynchronous ที่เจ๋งมากๆครับทั่น !

มิตรภาพยังคงอยู่ ความแค้นยังคงมี แล้วแกจะเจอดี

คิดได้สวยนะครับ ประโยคที่มาจากหนังไทยเรื่องหนึ่ง

ฟังธรรมดาๆ แต่มีพลังดี
อารมณ์มันประมาณว่า
ลูบหัวก่อนแล้วตบด้วยหลังตีน

สุดยอดเลย

มกราคม 05, 2550

วันคืนที่เปลี่ยนเหงา

ถามตัวเองทุกครั้งที่เจอ
วันที่เคยพบกัน อดีตที่เคยมีอะไรร่วมกันมา
ทุกอย่างจบลงแล้วจริงหรือไม่

ผมยืนมือออก และเอามือไปจับที่แขนของเธอ
เธอใส่เสื้อแขนยาว

ผมของเธอยาว
แขนของเธอเล็ก
เธอไว้เล็บและทาสีที่เล็บ
เป็นสีดำ

สายลมพัด มองไปที่ฟ้ายามค่ำ
แสงดวงจันทร์วันพระจันทร์เต็มดวง
ทำให้บริเวณรอบๆ ไม่มืดไปนัก

ผมเดินตามเธอไปจนสุดทางเดิน
เธอบอกว่าให้ผมปล่อยแขนเธอได้แล้ว
แต่ผมไม่ปล่อย

เวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว
ไม่นานจะเที่ยงคืนแล้ว

ผมกุมแขนเธอตลอด สี่สิบนาที

ฝันคืนนี้คงดี ถ้ามีเธอ